บทที่ 2 อัคคีปะทะวารี

-A A +A

บทที่ 2 อัคคีปะทะวารี

ณ ปราสาทหลังงามที่ตั้งอยู่ในใจกลางป่าลึก แสงของดวงอาทิตย์ช่วยปลุกเด็กสาวผมสีทองดวงตาสีฟ้าดุจน้ำทะเล ให้ตื่นจากห้วงนิทรา เด็กสาวกวาดตามองหาคุณปู่และคุณย่าของตนเอง เมื่อเห็นเธอถึงได้ถาม 

“ปู่คะ พี่ไบรท์ยังไม่กลับมาอีกหรอคะ”

โยดายิ้มก่อนที่จะกล่าว “คงจะยังไม่กลับมาง่ายๆหรอก วันนี้พี่สาวจะกลับมาบ้านด้วยนะ รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วมารอกินข้าวเช้าพร้อมกับพี่สาวดีกว่า”

มายยิ้มรับ “พี่ไอจะกลับบ้านหรอ ดีจังเลย หนูจะไปอาบน้ำนะ ว่าแต่ย่าไปไหน”

“ตอนนี้ย่ากำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว”

มายทำหน้าสงสัย เพราะทุกทีย่าของเธอจะให้สาวใช้ทำอาหารเช้าให้พวกเธอได้รับประทาน  เมื่อโยดาเห็นดังนั้น ชายชราจึงตอบคำถามของหลานสาวของตนได้ในทันที

“วันนี้เป็นวันพิเศษยังไงล่ะเพราะฉะนั้นรีบไปอาบน้ำซะแล้วจะได้มารอกินข้าวเช้าพร้อมกับพี่สาวของเจ้า”

 

ทางด้านของไบรท์

 

“ฉันก็คือ คนที่จะมาพานายไปโรงเรียนเวทมนตร์บาบิโลเนีย ถ้าจะให้พูดให้ถูกก็เหมือนกับอาจารย์ของนาย” 

เส้นผมสีฟ้าปลิวสะบัดไปตามแรงลม ใบหน้าที่ยิ้มอย่างถือดี ทำให้เด็กน้อยนัยน์ตาสีแดงรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด “เธอเป็นอาจารย์โรงเรียนเวทมนต์อย่างนั้นหรอ”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม ฉันเป็นอาจารย์โรงเรียนเวทมนต์ที่อายุน้อยที่สุดในโรงเรียน แล้ววันนี้ฉันก็ได้รับหน้าที่ให้มารับพวกนายเพื่อไปโรงเรียนเวทมนต์ยังไงล่ะ”

สิ้นคำกล่าว ไบรท์จึงได้ยิ้มอย่างชั่วร้ายที่สุดในชีวิตที่เขาไม่เคยยิ้มมาก่อน “ถ้าอย่างนั้นฉันมีข้อเสนอให้กับเธอ ถ้าฉันสามารถเอาชนะเธอได้ฉันขอไม่ไปโรงเรียนเวทมนต์กับเธอได้หรือเปล่า”

สิ้นคำกล่าวผู้หญิงตรงหน้าก็เลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย เมื่อเขาเห็นดังนั้น  ไบรท์จึงกล่าวต่อ “ก็นะ ถ้าฉันสามารถเอาชนะเธอได้ฉันคิดว่าโรงเรียนเวทมนตร์บาบิโลเนียอะไรนั่นก็คงไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่หรอก จริงหรือเปล่า ดังนั้นฉันคิดว่าไม่ควรเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียวที่จะไปที่นั่น แล้วอีกอย่างนึงโรงเรียนบาบิโลเนียก็เป็นโรงเรียนประจำใช่ไหม”

“ใช่แล้ว เป็นโรงเรียนประจำ”

“นั่นแหละที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับฉัน ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยออกจากหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้สักครั้ง และฉันก็ไม่คิดที่จะไปจากหมู่บ้านนี้ด้วย การที่ฉันได้อยู่กับปู่และย่าฉันคิดว่าชีวิตแบบนี้มันดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว ดังนั้นต่อให้ฉันจะทำยังไงก็ตามฉันก็ต้องเอาชนะเธอ”

หญิงผมฟ้ายิ้ม หล่อนตบมือ 2 ครั้ง “ฉันเข้าใจแล้ว นายมันเด็กขี้แยนี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็ได้ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นเจ้ากบที่อยู่แต่ในกะลา ฉันจะทำให้นายได้เห็นเองว่าโลกกว้างมันเป็นยังไง”

หญิงผมฟ้าสะบัดผ้าคลุมสีดำ ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “ฉันอาจารย์โรงเรียนเวทมนต์ มีนามว่าไอยรา นักเวทย์วารีและวาโยจะขอรับคำท้าเด็กนักเรียนที่ยังไม่มีแม้แต่ตราประจำโรงเรียน”

ไบรท์ยิ้มอย่างถูกใจ ‘ใช้เวทมนตร์ได้ 2 ธาตุอย่างนั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นเราก็คงต้องเอาจริงซะแล้ว’

“ฉันไบรท์เวทมนตร์ที่ถนัดไม่มี ฉันจะขอท้าดวลกับเธอไอยรา”

ไอหยิบคทาเวทมนต์ก่อนที่จะกล่าว “เริ่มได้เลย ฉันจะพิสูจน์ให้หน่อยเห็นว่านักเวทย์ที่แท้จริงมันเป็นยังไง” 

ไบรท์เรียกบอลไฟขึ้นมาบนฝ่ามือ เด็กน้อยกล่าวอย่างมั่นใจ “เธอใช้เวทย์น้ำยังงั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นการโดนครั้งนี้มันก็รู้ผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่าน้ำย่อมแพ้ไฟเสมอเป็นหลักการพื้นฐานของธาตุทั้ง 8”

สิ้นคำกล่าว ไบรท์พลันกระโดดและปาบอลไฟเข้าใส่ไอ หญิงสาวผมฟ้าไม่จำเป็นต้องเอี้ยวตัวหลบ จู่ๆ กำแพงน้ำก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเธอ  

ไอยิ้มก่อนที่จะ ตวัดมือ ทันใดนั้นเองบอลน้ำจำนวนมากก็ปรากฏ พวกมันลอยไปลอยมาเพียงครู่ จากนั้นก็พุ่งจู่โจมใส่เด็กหนุ่มผมสีดำนัยน์ตาสีแดง

“ทฤษฎีในการใช้เวทมนตร์ไม่เลวเลยนี่นา รู้แม้กระทั่งจุดอ่อนของธาตุต่าง ๆ แต่ว่าความรู้แค่นี้มันเป็นความรู้พื้นฐาน ที่นักเวทย์ระดับฝึกหัดจำเป็นต้องรู้อยู่แล้ว ถ้าความรู้แค่นี้ไม่มีฉันก็คงผิดหวังแย่ แต่ว่านะน้ำชนะไฟมันเป็นความรู้สมัยโบราณ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเป็นคำกล่าวที่นักปราชญ์คนหนึ่งเคยกล่าวไว้”

ไอพูดพลางวาดวงเวท วงเวทย์ขนาดไม่ใหญ่มากนักสีฟ้าครามพันทอแสงขึ้นมาตรงหน้า “ธาตุในโลกนี้มี 8 ธาตุหลัก ก็คือดิน น้ำ ลม ไฟ แสงสว่าง ความมืด สายฟ้า และถ้าสุดท้ายนั่นก็คือธาตุแห่งความว่างเปล่า”

ไบรท์หลบบอลน้ำที่กำลังพุ่งมาโจมตี “เรื่องแบบนั้นฉันเรียนตั้งแต่ ป 1 แล้ว”

ไอถอนหายใจ “ฉันจะบอกอะไรไว้ให้อย่างนึง เวลาฉันสอนอย่าพูดขัดเพราะฉันไม่ชอบ”

สิ้นคำกล่าวของผู้หญิงผมฟ้า ไบรท์พลันรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ขา เขารีบกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ขาของเด็กหนุ่มโดนน้ำแข็งจำนวนมากแช่แข็งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยากจะทราบ ทำให้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้แม้แต่นิดเดียว 

“สิ่งที่ฉันจะบอกก็คือ ไฟชนะน้ำ น้ำแพ้ดิน ความมืดชนะแสงสว่าง แสงสว่างในความมืด ทฤษฎีพวกนั้นมันใช้สำหรับนักเวทที่มีพลังใกล้เคียงกัน แต่สำหรับนายกับฉันพลังเวทมันต่างกันมากเกินไป นายมีพลังแค่นักเวทฝึกหัดใช่ไหมล่ะ”

ไบรท์กัดฟัน ก่อนที่จะกล่าว “แล้วมันจะทำไม เธอจะบอกว่าพลังเวทย์ที่เธอมีมันมากกว่าฉันอย่างนั้นหรอไอยรา”

สิ้นคำกล่าว ไบรท์จึงตั้งสมาธิ “ข้าเว้าวอนต่อเทพแห่งอัคคี จงนำพลังมาให้แก่ข้าเผาผลาญศัตรูให้วอดวาย ให้ชิบหายดับสูญไปยังขุมโลกันต์”

ทว่า ก่อนที่เขาจะกล่าวบทอัญเชิญจบ ไอก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนที่เธอจะนำคทาเวทมนตร์มาฟาดปากของไบรท์ การกระทำดังกล่าวทำให้เด็กน้อยกัดลิ้นของตัวเอง เสียงร่ายเวทพลันหยุดลงกระทันหันทำให้พลังเวทที่สะสมพันมลายหายไปสิ้น 

“ฉันจะสอนอะไรให้ เวลาร่ายเวทมนต์อัญเชิญ อย่าร่ายให้ศัตรูตรงหน้าเห็น ลองคิดดูนะจะมีไอ้บ้าที่ไหนรอให้นายร่ายเวทอัญเชิญจนจบ ยอมแพ้สักทีต่อให้นายจะพยายามสักแค่ไหนก็ไม่มีทางชนะฉันได้”

“อย่างนั้นหรอ อย่างนี้เองสินะที่เป็นความแตกต่างของพลังเวทย์ ทั้งฝรั่งประกอบการประยุกต์ใช้เวทมนต์ฉันคงสู้เธอไม่ได้จริงๆ แต่ว่าถ้าจะให้ฉันยอมแพ้ด้วยเรื่องแค่นี้ฉันไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด ต่อให้พลังจะไม่เทียบเท่าแล้วยังไง แม้ว่าความสามารถในการใช้เวทมนตร์ของฉันจะห่างจากคนอย่างเธอ! แต่สิ่งที่ฉันมีมากกว่าเธอนั่นก็คือพลังธาตุ”

ไบรท์รวบรวมสมาธิอีกครั้ง พลังไฟในมือเริ่มปลดปล่อยพลังร้อนแรงขึ้น “ฉันจะพิสูจน์ให้เธอดู ว่าตลอดที่ฉันร่ำเรียนกับปู่ของฉันมันไม่ได้เปล่าประโยชน์” 

พลังไฟที่เคยเป็นสีแดง ค่อย ๆ กลายเป็นสีส้ม เปลวไฟที่เคยล้อมรอบที่มือค่อยๆปกคลุมร่างกายของเขา ราวกับว่าร่างของเด็กหนุ่มได้กลายเป็นไฟไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

“กายาเพลิง”

 น้ำแข็งที่อยู่ที่ขาค่อยๆถูกหลอมละลายไปอย่างช้าๆ ถึงไม่นานไบรท์ก็สามารถกลับมาขยับขาของเขาได้ดังเดิม เด็กน้อยกําหมัดแน่น ก่อนที่จะกล่าว  “ได้เวลาเอาคืนล่ะ”

สิ้นคำกล่าว ไบรท์ก็ทยานร่างเข้าหาไอด้วยความรวดเร็ว เขาเงื้อมือก่อนที่จะชกเข้าไปยังกำแพงน้ำที่ล้อมรอบร่างกายของผู้หญิงตรงหน้า เปลวไฟกับสายน้ำปะทะกันก่อให้เกิดไอน้ำกระจายไปรอบรอบบริเวณ

ทว่าการโจมตีครั้งนี้ กลับไม่เป็นไปตามความคาดหมาย เพราะมันทำอันตรายผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว 

ไอยิ้มหยัน“นับว่าไม่เลว ปู่คงสอนอะไรนายไว้เยอะสินะ แต่ว่าปู่คงไม่ได้สอนพลังกายให้ด้วย ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกนายคงไม่สนใจพลังกาย วันวันคงเอาแต่ฝึกพลังเวทย์อย่างเดียวสินะ”

ไอกล่าวก่อนที่จะจับมือของเด็กตรงหน้า หญิงสาวจับมือของ ไบรท์เอาไว้แน่น ก่อนที่จะยกตัวของเด็กหนุ่มแล้วใช้ท่าทุ่มข้ามหลัง พลังเวทย์ประกอบกับพลังกายที่แข็งแกร่งทำให้ร่างกายของเขาปลิวไปไกล 

ไบรท์มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เขาไม่คิดเลยว่าจะโดนท่าร่างของผู้หญิงคนนี้ทำร้าย “นี่มันไม่ใช่การดวนเวทมนต์ แต่มันเป็นการดวลการต่อสู้”

“ยังงั้นหรอ แต่ว่าคนที่กำหนดแล้วมาโจมตีฉันก่อนก็คือนายไม่ใช่หรือไง” 

ไบรท์รีบลุกขึ้น ก่อนที่จะใช้หมัดชกไปยังผู้หญิงตรงหน้า ทว่าไอกลับสามารถรับหมัดของเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย “ข้อผิดพลาดของนายมีอยู่ 2 ข้อ”

หญิงสาวใช้ถ้าทุ่มข้ามหลังอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้ถ้าหักแขนเพื่อทำให้เด็กตรงหน้าหยุด “ข้อผิดพลาดข้อแรกของนายวิธีการที่รู้ว่าพลังสู้ฉันไม่ได้แล้วก็ยังฝืนสู้ต่อ ทั้งพลังเวทย์และพลังกายของนายมันห่างจากฉันเกินไป ดังนั้นสิ่งที่นายควรทำก็คือขอยอมแพ้”

  ไบรท์กัดฟันทนความเจ็บปวด “แล้วข้อผิดพลาดข้อที่ 2ล่ะ”

“ข้อผิดพลาดข้อที่ 2 ของนายก็คือ การที่กล้าสู้กับฉัน ที่เป็นพี่สาวของนาย แถมยังเป็นอาจารย์ที่เด็กที่สุดในโรงเรียนเวทย์มนต์อีกต่างหาก นายเข้าใจความหมายนี้หรือเปล่าอาจารย์ที่เด็กที่สุดก็คือ อัจฉริยะทางด้านเวทมนต์ คนที่นายกำลังต่อสู้อยู่ก็คือนักเวทย์อัจฉริยะที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ 2 ธาตุ นายผิดเองที่ตัดสินใจสู้กับฉัน”

ไอกล่าวก่อนที่จะชกหน้าของน้องชายของตน แรงหมัดที่หนักหน่วงทำให้เด็กน้อยหมดสติไปในทันที

หญิงสาวผมฟ้ามองร่างกายที่ไร้พลังเวทของน้องชาย ก่อนที่จะคิด ‘เด็กอะไรดื้อเป็นบ้า ฉันต้องใช้ชีวิตกับน้องพันนี้ไปอีกกี่ปีกันเนี่ย’ 

ก่อนที่ร่างที่ไร้พลังของไบรท์จะตกถึงพื้น ไอก็ตวัดมือ เวทมนตร์พลันกลายสภาพเป็นเตียงรองรับร่างกายของไบรท์ไม่ให้สัมผัสกับพื้น “เอาละกลับบ้านดีกว่า วันนี้จะมีอะไรกินนะ”

 

สารบัญ / เมนูนิยาย