เลิกกันด้วยความเข้าใจ ดีกว่าแยกย้ายแบบมองหน้ากันแทบไม่ติด

-A A +A

เลิกกันด้วยความเข้าใจ ดีกว่าแยกย้ายแบบมองหน้ากันแทบไม่ติด

หลายครั้งเมื่อเราพบว่าชีวิตคู่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด จนนำไปสู่การทะเลาะและเลิกรา ทำให้หลายคู่มองหน้ากันไม่ติด เพราะจากกันไปด้วยความไม่เข้าใจ

อันที่จริงแล้วการเลิกรากันมันไม่ใช่เรื่องร้ายแรง หากเลิกกันไปเพราะความไม่เข้าใจกัน เช่นครอบครัวทั้งสองฝ่ายไม่โอเค ความชอบต่างกัน หรือยอมรับนิสัยบางอย่างของกันและกันไม่ได้ เพียงแค่ลองหาทางออกร่วมกัน ลองพูดคุยกันก่อน หากมันไม่โอเคกันจริงๆ ก็ให้พูดกันดีๆ โดยใช้เหตุผล เพราะหากฝืนคบกันต่อไป ก็อาจจะลำบากใจทั้งคู่ การแยกทางกันอาจเป็นทางที่ดีกับทั้งสองคนมากกว่า

ข้อดีของการเลิกรากันไปอย่างเข้าใจมีหลายข้อ เช่นยังสามารถพูดคุยกันได้บ้าง ยังเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนกันได้ ยังเต็มใจที่จะจดจำเรื่องดีๆ ในตอนที่ยังคบกันเอาไว้ ทำให้เวลาดีๆ เรื่องราวดีๆ ยังคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่พอเลิกกันไปแล้วจำเอาแต่สิ่งร้ายๆ ติดตัวไป พลอยกลบเรื่องราวดีๆ ที่เคยมีร่วมกันไปจนหมด

หากถามว่า การเลิกรากันด้วยความเข้าใจ มันจะทำได้ทุกกรณีหรือ คำตอบของผู้เขียนก็คือไม่ หากการเลิกรานั้น มันเป็นเพราะความมักมาก เพราะความเจ้าชู้ของอีกฝ่าย เราก็ไม่ควรเก็บเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนคนนั้นมาใส่ใจ แต่ควรนำมาเป็นบทเรียนว่า ต่อไป เราอย่าไปรักกับคนนิสัยแบบนี้อีกก็เป็นพอ

แต่หากการเลิกรากันมันเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม คนรอบข้าง ทัศนคติ หรือความชอบแล้วละก็ การ “จบที่ดี” หรือ “จบด้วยความเข้าใจ” คือ “สิ่งที่ดีที่สุด”

จงอย่าใช้อคติในการแก้ไขปัญหา แต่ให้ใช้ “ความเข้าใจ” และ “เหตุผล” ในการแก้ปัญหา ไม่แน่นะ หากคุยกันด้วยความเข้าใจที่ดีแล้ว จากที่กำลังจะเลิกกัน คุณอาจจะกลับมารักกันอีกครั้งก็เป็นไปได้

 

แสดงความคิดเห็น