สาระน่ารู้เกี่ยวกับจระเข้ และตำนาน "ไอ้ด่างเกยชัย"

-A A +A

สาระน่ารู้เกี่ยวกับจระเข้ และตำนาน "ไอ้ด่างเกยชัย"

หมวดเรื่องสั้น: 

จระเข้ (Crocodile) เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุด มีลักษณะรูปร่างตังแต่หัวจรดหาง ที่พอจะสรุปได้ ดังนี้

1. มีปลายหัวที่เรียวยาว ส่วนกรามหรือขากรรไกรจะกว้างและยาว ฟันซี่ที่ 4 ที่อยู่บริเวณขากรรไกรล่างทั้ง 2 ข้าง จะยื่นออกมาพ้นปาก แม้เวลาหุบปากแล้วก็ตาม ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากขอบปากบนจะเป็นรอยหยักเว้าไว้พอดีกับฟันหรือเขี้ยวของมันพอดี จรเข้าจะมีต่อมที่ทำหน้าที่ขจัดความเค็ม หรือต่อมขจัดเกลือที่ลิ้น และก้อนเนื้อบริเวณปลายปากที่นูนสูงขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการหายใจ ที่เรียกว่าก้อนขี้หมา เป็นลักษณะที่แตกต่างของจระเข้ตามสายพันธุ์ และเพศ ซึ่งจะโตขึ้นตามตัว โคนหางจะประกอบด้วยมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ และแข็งแรงที่เรียกว่า ป้องตัน เป็นอาวุธประจำกายใช้เพื่อป้องกันตัว และว่ายน้ำ มีลักษณะแบนยาว

2. จระเข้ ในทางสัตว์บาลยกให้เป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เป็นสัตว์ผู้ล่าและกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ เป็นสัตว์ที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ ยกเว้นจระเข้วัยอ่อน ที่อาจตกเป็นอาหารของสัตว์น้ำอื่น ๆ ได้ ลักษณะการกินอาหารของจระเข้ที่โตเต็มวัยจะใช้วิธีหมุนตัว กล่าวคือเมื่อได้เหยื่อขนาดใหญ่ เช่น คน หรือสัตว์ จะคาบเหยื่อไว้แน่นและพยายามมุดลงใต้น้ำด้วยการหมุนตัว พร้อมกับฉีกเนื้อของเหยื่อได้พร้อมกัน ส่วนเหยื่อที่มีขนาดเล็กจะถูกบดให้แหลกด้วยฟันและลิ้น โดยลักษณะใช้ลิ้นดันเหยื่อให้อัดแน่นอยู่บนเพดานปาก จระเข้สามารถที่จะกลืนก้อนกรวดหรือก้อนหินเข้าไปในกระเพาะเพื่อให้เป็นตัวช่วยในการบดอาหารได้อีกด้วย

3. จระเข้แบ่งออกได้เป็น 3 สกุล 14 ชนิด มักอาศัยอยู่ในบริเวณเขตอบอุ่นและเขตที่มีอากาศร้อนทั่วโลก เป็นสัตว์โบราณที่มีจำนวนมากที่สุดในปัจจุบัน และยังแพร่พันธุ์เป็นปกติทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยอยู่แถว ๆ ป่าริมน้ำ หรือบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นสัตว์ที่หากินในน้ำ แต่ก็มีบ้างที่ขึ้นมาบนบก อาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำกร่อย และน้ำจืด บริเวณที่เป็นป่าชายเลนใกล้ทะเล สามารถพบได้ 3 ชนิดในบ้านเรา ได้แก่ จระเข้บึงหรือที่รู้จักกันดีว่าจระเข้น้ำ

ไอ้ด่างเกยชัย จระเข้กินคน

ไอ้ด่างเกยชัย เป็นจระเข้ตัวใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากตัวหนึ่งเมื่อประมาณ 30-40 ปีมาแล้ว ตามประวัติมันจะออกอาละวากกินคนแถว ๆ แม่น้ำน่าน บริเวณหมู่บ้านเกยชัย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นจระเข้เจ้า มันมีลักษณะประจำตัวเป็นรอยด่างสีขาวให้เห็นเป็นจุดเด่นมาก จึงได้ชื่อว่าไอ้ด่าง แต่ต่อมาต้องจบชีวิตลงด้วยหอกของหมอจระเข้ชื่อดัง 2 คน มีการตัดหัวมาเก็บไว้ที่อำเภอ ซึ่งมีความใหญ่และความยาวของลำตัวตั้งแต่หัวถึงหางสามารถนอนขวางแม่น้ำจากฝั่งหนึ่งมาอีกฝั่งหนึ่งได้สบาย ๆ

เรื่องของไอ้ด่างเกยชัย

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้บันทึกเรื่องของไอ้ด่างเกยชัยเอาไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว เมื่อคราวท่านเสด็จไปตรวจราชการทางเหนือ มีบันทึกไว้เพียง 2 บรรทัดว่า ที่นี่เคยมีจระเข้กินคนตัวใหญ่ ที่ชาวบ้านฆ่าตายและได้ตัดหัวมาไว้ที่อำเภอ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นจระเข้เจ้า ต่อมาได้มีการนำหัวจระเข้ที่ถูกตัดนี้เจ้ากรุงเทพ ฯ และมีชาวต่างชาติมาซื้อ บันทึกของท่านสามารถไปหาเพื่อการสืบค้นได้ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี

อนึ่ง ชาวบ้านมักจะสับสนระหว่างไอ้ด่างเกยชัย กับไอ้ด่างบางมุด ซึ่งก็มีขนาดใหญ่พอ ๆ กัน แต่ไอ้ด่างบางมุด เป็นจระเข้น้ำเค็ม มีประวัติกินคนอยู่ที่บริเวณคลองบางมุด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อประมาณ ปี 2507