[เรื่องสั้น] ผู้โชคร้าย

-A A +A

[เรื่องสั้น] ผู้โชคร้าย

หมวดเรื่องสั้น: 

โก๊ะเป็นชายวัยห้าสิบปลายย่างเข้าหกสิบ เขาเป็นคนที่ชื่นชอบดื่มเหล้าหรือเสพสิ่งเสพติดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของเบาๆเช่นกัญชา หรือแม้แต่ยาบ้าและยาอี นับได้ว่าอะไรที่เสพแล้วผิดกดหมายโก๊ะลิ้มลองมาจนหมดทุกอย่างแล้ว

 

ครอบครัวของชายวัยใกล้ชราค่อนข้างยากจน ยิ่งมารวมกับพฤติกรรมแย่ๆ ของเขาเอง ฐานะทางครอบครัวยิ่งทรุดลงจนกู่ไม่กลับ เมียของโก๊ะต้องทำงานรับจ้างทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาเงิรเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ลูกชายของเขาจำต้องออกจากโรงเรียนเพราะทางบ้านไม่มีเงินส่ง เด็กน้อยวัยสิบขวบต้องช่วยงานผู้เป็นแม่เท่าที่จะทำได้เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

 

นอกจากโก๊ะจะไม่ช่วยลูกเมียหาเงินแล้ว เขากลับเทียวขอเงินลูกเมียเพื่อนำไปซื้อเหล้าดื่มเสียอีก หากครั้งใดลูกเมียไม่ยอมให้ เขาจะมีอารมณ์หงุดหงิด คอยทำร้ายร่างกายลูกเมียจนกว่าจะได้เงิน หากไม่มีเงินให้ เขาก็จะอาละวาดอยู่เช่นนั้น จนบางครั้งบ้านข้างๆ รู้สึกเห็นใจ นำเงินมาให้โก๊ะไปซื้อเหล้ากิน จะได้ไม่ต้องทำร้ายลูกเมียอีก

 

เมื่อชายสูงอายุได้เงิน เขาก็จะเดินโซซัดโซเซออกจากบ้านไปซื้อเหล้า แล้วก็เมาหัวราน้ำดังเช่นทุกครั้ง เหตุการณ์แบบนี้วนเวียนไปหลายปี จนชาวบ้านระอาไปตามกัน หากทว่ามีหรือชายขี้เมาจะสนใจ เมื่อมีใครไปต่อว่าซึ่งหน้า โก๊ะยังขว้างขวดเหล้าใส่จนทุกคนต่างก็หวาดกลัว

 

ในที่สุดเมียและลูกของโก๊ะก็ทนไม่ไหว ทั้งคู่เก็บข้าวของที่จำเป็น และวานให้คนที่รู้จักพาเธอไปส่งที่บ้านญาติในต่างจังหวัด โดยปล่อยให้ชายขี้เมาอาศัยอยู่บ้านเดิมเพียงลำพัง

 

เริ่มแรกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะยังมีเงินที่ลูกเมียทิ้งเอาไว้ให้พอได้ใช้ไประยะหนึ่ง ทว่าเมื่อเงินที่มีร่อยหรอลงไป เขาก็เริ่มกลับมาอาละวาดทำลายข้าวของในบ้านอีกครั้ง

 

...แต่ว่ารอบนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะไม่มีบ้านใกล้เคียงหลังใดยื่นเงินให้ชายขี้เมาเอาไปซื้อเหล้าเลยสักบาท ครั้งก่อนๆ เนื่องเพราะสงสานลูกเมียของโก๊ะ ชาวบ้านเลยหยิบยื่นน้ำใจให้ หากทว่ารอบนี้ ณ บ้านหลังนี้ไม่ได้มีลูกเมียของเขาอยู่อีกแล้ว ดังนั้นชาวบ้านจึงไม่ให้ความสงสานดังที่เคยเป็นมา

 

โก๊ะลากร่างอันทรุดโทรมเกินกว่าวัยไปตามถนนในยามค่ำคืน ในเวลานี้บ้านแต่ละหลังปิดไฟเข้านอนกันไปนานแล้ว ทำให้ซอยทั้งซอยมีเพียงแค่แสงสลัวจากหลอดไฟเก่าๆ ข้างทางเป็นระยะๆ เขาบ่นงึมงำในลำคอฟังไม่ได้ศัพท์ สมองอันมีสติเลื่อนลอยไม่มั่นคง เต็มไปด้วยความคิดและคำถามเดิมๆ ว่าทำเช่นไรถึงจะหาเงินมาซื้อเหล้าได้ และทำอย่างไรถึงจะได้ดื่มเหล้า

 

ระหว่างนั้นเอง เบื้องหน้าในระยะห่างสิบกว่าเมตร สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง ดูเหมือนเธอคงจะเพิ่งเดินออกมาจากบ้านหลังใดหลังหนึ่งแถวนี้

 

หญิงสาวคนนั้นออกเดินไปยังทิศทางเดียวกันกับเขา ซึ่งหากเดินต่อไปอีกหน่อย ก็จะถึงถนนใหญ่ที่พอมีร้านขายของตอนกลางคืนเปิดให้บริการอยู่บ้าง

 

เมื่อคิดถึงร้านค้า...ใจก็พานนึกไปถึงเหล้า หากคืนนี้เขาได้เหล้ามานั่งก๊งจนถึงเช้าก็คงดีไม่น้อย ลูกเมียไม่รักดีก็ไม่อยู่ ไม่มีใครมาขัดขวางความสุขของเขาอีกต่อไป

 

ชายขี้เหล้าเริ่มเร่งฝีท้าวเข้าใกล้หญิงสาวขึ้นในทันที ใจคิดว่าถ้าขู่ให้กลัวสักหน่อยยังไงก็คงได้บ้างสักห้าหกร้อย หรือถ้าโชคดีคงจะได้หลายพัน สำหรับเขาแล้วเงินจำนวนนี้ซื้อเหล้าได้อีกนานทีเดียว

 

เมื่อเข้าประชิดตัวพอที่มือเอื้อมถึง ชายสูงอายุก็คว้าจับไปบริเวณไหล่อย่างประสงค์ร้าย ในใจกระหยิ่นอย่างยินดี อย่างไรเสีย ‘ผู้โชคร้าย’ คนนี้จะต้องหวาดกลัวแล้วยอมมอบเงินที่พกติดตัวให้เขาอย่างแน่นอน

 

หญิงสาวสะดุ้งขึ้นสุดตัว มือที่คาดว่าถือกระเป๋าเงินอยู่กระชากวูบอย่างว่องวัยหรือด้วยความตกใจก็สุดจะรู้ มีดปลายแหลมที่แอบซ่อนอยู่แทงสวบเข้าใส่กลางอกของชายขี้เมาอย่างเหมาะเหม็ง ปากชายสูงอายุอ้าค้าง ร่างกายทรุดฮวบลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น ลิ่มเลือดข้นแดงทะลักออกตามคมมีด ก่อนจะตกลงสู่พื้นถนนกองเป็นหย่อม

 

“ตำรวจนี่จมูกไวจริงๆ เพิ่งหลบมาอยู่นี่ไม่กี่วันก็ตามเจอแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกเป็นสายตำรวจ ตายไปซะเถอะมึง”

 

นี่คือประโยคสุดท้ายที่ชายขี้เมาได้ยินแว่วผ่านสติอันเลือนรางเข้ามา ก่อนที่ชีวิตของเขาจะหลับลงไปตลอดกาล เหลือทิ้งไว้เพียงร่างกายไร้วิญญาณ กับซอยอันเปล่าเปลี่ยวยามเที่ยงคืน

 

รุ่งเช้า ข่าวทุกสำนักต่างพาดหัวข่าวในทำนองเดียวกันว่า ‘ตำรวจวิ่งวุ่น นักฆ่าสาวแหกคุกยังจับไม่ได้ วันนี้สังหารเหยื่อดับเพิ่มอีกรายแล้ว’