ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรือชอบอะไรเหมือนๆ กัน ชีวิตคู่ก็มีความสุขได้

-A A +A

ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรือชอบอะไรเหมือนๆ กัน ชีวิตคู่ก็มีความสุขได้

หลายต่อหลายครั้ง ที่ผมมองเห็นคู่รักจำนวนไม่น้อยต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่นคนรักสนใจอย่างอื่นมากกว่าตัวเอง คิดว่ามีเวลาให้ตัวเองน้อยเกินไป คิดว่าตัวเองกับคนรักจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คิดว่าคนรักของตัวเองจะต้องเห็นตัวเองดีกว่าเพื่อน แน่นอนว่าถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะนี้ อีกไม่ช้าก็เร็ว ชีวิตคู่ของคุณคงจะต้องมีปัญหาแน่นอนครับ

หลายคนเข้าใจผิดว่า การที่เป็นแฟนกันจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา กิจกรรมอะไรก็ตาม จะต้องทำด้วยกัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เสียทีเดียว

เพราะถึงจะพูดว่า แฟนคือ “ชีวิตคู่” แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องยึดติดกับคำว่า “ชีวิตคู่” อะไรขนาดนัน เราจะต้องยอมรับ และทำความเข้าใจ ว่าคนเราแต่ละคนย่อมมีชีวิตเป็นของตัวเอง มันต้องมีสักช่วงเวลาที่อยากจะทำอะไรคนเดียว มันต้องมีความชอบ หรือรสนิยมบางอย่างที่ไม่ตรงกัน ถึงจะเป็นแฟนกัน ใช่ว่าจะต้องชอบเหมือนกันทุกอย่าง คนหนึ่งอาจจะชอบดูหนัง อีกคนอ่านจะชอบฟังเพลง ของแบบนี้มันจะมาบังคับให้ชอบเหมือนกันไปหมดไม่ได้

ถึงบอกว่าการอยู่ด้วยกัน เราจะต้องมีการปรับตัว แต่ในการปรับตัวนั้น เราก็ต้องทำพอประมาณ ถ้าทำมากเกินไปไม่เรียกว่าการปรับตัวแล้ว แต่เรียกว่า “ฝืนใจทำ” เสียมากกว่า พอฝืนไปเรื่อยๆ ความรักก็จะเดินมาถึงจุดสิ้นสุด เพราะคงไม่มีใครฝืนใจตัวเองไปได้ตลอดหรอกจริงไหม

หลายคนอาจมองว่า การแยกกันทำกิจกรรมต่างๆ หรืออยู่ห่างกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะเรียกว่าชีวิตคู่ได้อย่างไร เดี๋ยวเขาก็มีคนอื่น นั่นเพราะคุณมองเห็นแต่ข้อเสียของมัน จริงๆ การทำแบบนี้ มันก็มีข้อดีของมันอยู่นะครับ โดยข้อดีของมันก็คือ ทำให้ความคิดถึงของเราได้ทำงานยังไงละครับ

ถ้าเราอยู่ด้วยกันตลอด รับรู้ถึงอีกฝ่ายหนึ่งตลอดว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร กินอะไร ผมถามหน่อยว่าเราจะคิดถึงเขาอยู่ไหม แน่นอนว่าคำตอบก็คือไม่ เผลอๆ อยู่ด้วยกันทั้งวัน ยังทำให้เบื่อกันไปอีก ดังนั้นผมจึงบอกว่า หากมีโอกาส ก็ให้แยกย้ายกันไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบหรือสนใจบ้าง อย่ามายึดติดอยู่แค่เรื่องความรักเพียงอย่างเดียว ชีวิตของเรายังมีอไรน่าสนใจเยอะแยะ วันหนึ่งมีตั้งหลายชั่วโมง แบ่งเวลาให้อย่างอื่นบ้าง

ลองสังเกตดูผู้ใหญ่ในบ้านของเราสิ บางวัน แม่เราอาจจะนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน พ่อเราไปรถน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนหลังบ้าน

บางวันแม่เราอาจนั่งทำขนมอยู่ในครัว พ่อเราอ่าจนั่งเล่นคอมหรืออ่านหนังสือพิมพ์

บางวันแม่เราอาจนั่งอ่านนิยายอยู่ในห้องนั่งเล่นเงียบๆ พ่ออาจไปหาเพื่อนสนิทนอกบ้าน

บางวันพ่ออาจล้างรถอยู่บ้าน ส่วนแม่ไปเดินห้าง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยกตัวอย่างไป นี่แหละคือการปรับตัวอยู่ร่วมกันของพวกท่าน คือแต่ละคนก็ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ โดยที่ไม่ได้กระทบต่อชีวิตคู่เลย

ปรับพื้นที่ส่วนตัว ปรับระยะห่างให้พอดี ปรับการใช้ชีวิตคู่ของคุณให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย นี่สิ เขาถึงจะเรียกว่า “ชีวิตคู่” อย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น