เหมือนจะร้าย

-A A +A

เหมือนจะร้าย

หมวดเรื่องสั้น: 

ด้วยความรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ ฉันจึงชอบมาขลุกตัวอยู่แต่ในห้องสมุดเป็นส่วนใหญ่ และวันนี้ เป็นอีกวันที่ฉันจะมาเอาหนังสือซัก 6-7 เล่มไปอ่าน แต่เจ้ากรรม ถึงทางบ้านจะอบรมฉันมาอย่างดี ความซุ่มซ่ามก็ยังมีให้เห็นบ้าง ฉันจึงเผลอทำหนังสือหล่นจากชั้น “คุณคะ! ระวัง!!” ยังไม่ขาดคำ หนังสือจำนวนหนึ่งก็ร่วงลงไป และที่แย่กว่านั้น ขึ้นด้านล่างชั้นหนังสือ มีใครคนหนึ่งกำลังเดินผ่านมาพอดี  “โอ๊ย!!”เสียงอุทานดังขึ้น เมื่อหนังสือที่ฉันทำตก ร่วงลงมาถูกหัวเขาอย่างจังหลายต่อหลายเล่ม เห็นอย่างนั้น ฉันจึงรีบลงจากบันไดหน้าชั้นหนังสือมาดูคนรับเคราะห์  “ฉันขอโทษค่ะ”ฉันเดินเข้ามาดูใกล้ๆด้วยความเป็นห่วงปนรู้สึกผิด “เอ่อ คุณเป็นอะไรมากมั้ยคะ” คนถูกถามเงยหน้าขึ้น ก่อนจะสบตากับฉัน  “หนังสือที่ตกโดนหัวฉันฝีมือเธอเหรอ”เขาถามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์  “ค่ะ”ฉันยอมรับเนิบๆ มองตอบเขาอย่างไม่หลบสายตา เขาจ้องหน้าฉันซักครู่ แล้วจึงกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ฉันจึงถือโอกาสสำรวจเขาด้วย  “มองอะไร”น้ำเสียงถามห้วน  “แล้วคุณล่ะคะ มองอะไร”ฉันยังคงความใจเย็นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และใช้น้ำเสียงกับเขาอย่างสุภาพ ให้เกียรติ  “นั่นมันเรื่องของฉัน”เขาตอบหน้าตาเฉย ฉันจึงเงียบ ไม่ตอบคำถามของเขาก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความที่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง จึงเอ่ยถามขึ้นอีก  “แล้วหัวของคุณ เป็นยังไงบ้างคะ”  “ไม่ต้องยุ่ง”เขาพูดเสียงขุ่น สีหน้าไม่สบอารมณ์มากนัก  “ค่ะ ถ้าคุณไม่มีอะไร ฉันขอเก็บหนังสือที่พื้นให้เรียบร้อยก่อนนะคะ” เขามองหนังสือที่พื้น ก่อนจะขยับถอยออกจากจุดที่หนังสือเรี่ยราดอยู่ให้ เห็นอย่างนั้น ฉันจึงก้มลงเก็บหนังสือ แต่สิ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะได้รับจากคนอย่างชายหนุ่มตรงหน้า คือ เขาก้มลงช่วยเก็บหนังสือให้อีกแรง  “เธอต้องเอาหนังสือกลับขึ้นไปเก็บที่เดิม หลายเล่มอย่างนี้ ฉันจะช่วยถือส่งให้” หลังจากช่วยเก็บหนังสือจนหมด เขายังมีน้ำใจช่วยถือหนังสือจำนวนหนึ่งให้ฉัน ระหว่างที่ฉันจะต้องปีนขึ้นบันไดนำหนังสือเหล่านี้ไปเก็บ  “ขอบคุณมากค่ะ”ฉันส่งยิ้มให้  “คราวหน้าคราวหลังก็หัดระวังด้วย”เขาตำหนิ น้ำเสียงไม่พอใจก่อนหน้านี้ลดลงระดับหนึ่ง  “ค่ะ”ฉันรับคำ ก่อนจะหันไปที่บันไดหน้าชั้นหนังสือ แล้วค่อยๆจับบันไดเหยียบขึ้นไปที่ละขั้น โดยมีชายหนุ่มคนนั้นคอยจับบันไดให้  เขาคอยส่งหนังสือให้ฉัน จนกระทั่งหนังสือทุกเล่มถูกนำกลับวางประจำที่เรียบร้อย แล้วก้าวลงมายืนบนพื้น  “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” คนตรงหน้าเพียงมองหน้าเป็นเชิงรับรู้  “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปล่ะ”เขาบอก ก่อนเดินจากไป

 

***เรื่องที่สามของWriterแล้วค่า มาแนวนี้ใช้ได้มั้ยคะ เมื่อเป็นเรื่องสั้น ก็จะจบแค่นี้น้า ถ้าขัดอารมณ์ใครWriterขอโทษคร้าบ ฝีมือเรื่องสั้นขนาดนี้ ถ้าถูกอัธยาศัยใครก็ตามเอาน้าว่าเรื่องยาวจะขนาดไหน

***อยากบอกว่า เรื่องยาวWriterมีทั้งแฟนตาซีและแฟนตาซีกึ่งๆชีวิต เรื่องหน้าจะเอาแนวแฟนตาซีมาลงให้อ่านกัน แต่เป็นเรื่องสั้นนะคะ ตัดมาจากเรื่องที่เคยแต่งเป็นนวนิยายยาว แต่ด้วยความที่ตอนแต่งยังไร้เดียงสาอยู่ เรื่องนั้นจึงค่อนข้างมีจุดโหว่ แต่ถ้าให้อ่านขำๆก็น่าจะเรียกความตื่นเต้นได้บ้าง (มั้ง) แต่กำลังมีแผนว่าจะนำเรื่องนั้นมาแก้ใหม่ ก็ฝากอีกเหมือนกันว่า ถ้าชอบ ก็รอติดตามได้เลยค่า

***เพิ่มเติมนะคะ Writerจะมีstoryประสบการณ์ชีวิตตัวเองมาลงด้วยยย แต่เหมือนจะเป็นการเล่าความติ๊งต๊องของตัวเองมากกว่า ฮะๆ

***ทุกเรื่องที่ลง ยินดีรับทุกคำติชมนะค้า ติแล้วก็ขอให้ เอ็นดู นักเขียนสมัครเล่นคนนี้ด้วยน้า

ความคิดเห็น

รูปภาพของ เซียนพู่กัน
เป็นเหมือนบทนำก่อนขึ้นนิยายเรื่องยาวเลยครับ   จะรออ่านที่เป็นเรื่องยาวนะครับ
รูปภาพของ Khrongjai mettpiroon
สมเป็นนักอ่านเลยค่ะ เอ๊ะ หรือคุณก็เป็นนักเขียนด้วย ตอนแรกเรื่องนี้ก็ตั้งใจจะให้เป็นบทนำเรื่องค่ะ แต่พอดีเปลี่ยนแนวซะก่อน ที่เขียนไว้เลยชะงัก ขอบคุณมากสำหรับคอมเม้นท์นะคะ ทำให้รู้ว่ายังมีการเคลื่อนไหวจากคนอ่าน ว่าคิด รู้สึก ยังไง กับสิ่งที่เราเขียนขึ้นมา ทุกคอมเม้นท์มีความหมายค่ะ เป็นทั้งกำลังใจ แรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้น หรือครู ให้พัฒนาตัวเองยิ่งๆไป ขอบคุณทุก ความเอ็นดู นะคะ :D