แชร์กลวิธีการแก้ความขี้เกียจในการเขียนนิยาย หรือแก้อาการตันเขียนอะไรไม่ออก

-A A +A

แชร์กลวิธีการแก้ความขี้เกียจในการเขียนนิยาย หรือแก้อาการตันเขียนอะไรไม่ออก

คิดว่าใครหลายๆ คนน่าจะเคยเป็นนะครับ แบบว่าวันดีคืนดีก็ขี้เกียจเขียนนิยายขึ้นมาซะเฉยๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยบ้าง พล็อตตัน หรือวางพล็อตไว้แล้ว แต่ก็ไม่รู้จะลงรายละเอียดในเนื้อเรื่องยังไง ก็เลยทำให้ไม่อยากเขียนในที่สุด

จากเหตุดังกล่าว ทำให้ผมเขียนบทความ จากประสบการณ์ส่วนตัว มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ นักเขียน หรือผู้ที่กำลังคิดว่าอยากจะเขียน เผื่อจะได้นำวิธีของผมไปประยุกต์ใช้กันครับ

โดยส่วนใหญ่ เวลาที่เราจะรู้สึกตัน หรือขี้เกียจ จะเป็นช่วงที่เราเขียนนิยายไปได้ค่อนข้างหลายตอนแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงจะเป็นประมาณว่า “เราจะเริ่มขึ้นตอนใหม่อย่างไรดี”

สำหรับผมคือ หลังจากเวลาเราเขียนตอนล่าสุดเสร็จ ผมจะไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นในทันที แต่ผมจะอ่านทวนตอนล่าสุดอีกประมาณ 2 ถึง 3 รอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจหาคำผิดไปในตัว และเผื่อในระหว่างอ่านทวนอาจจะมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย

พอตรวจดูตอนล่าสุดเรียบร้อย ผมก็จะมานั่งคิดเนื้อหาของตอนถัดไปพอให้รู้แนวทางคร่าวๆ เอาไว้ รอให้จินตนาการคร่าวๆ เกี่ยวกับตอนที่กำลังจะเขียนเริ่มมา ผมก็จะจำเอาไว้ แล้วก็เริ่มตั้งชื่อตอนใหม่เอาไว้รอเลย (หรือใครจำไว้แล้วกลัวลืม จะเขียนเอาไว้คร่าวๆ ก่อนก็ได้)

ครั้นพักจนหายเหนื่อยแล้ว บางคนก็อาจจะกลับมาเขียนต่อในเวลาต่อมาได้เลย ทว่าก็อีกนั่นแหละ สำหรับบางคนพอได้พักแล้ว ใจเจ้ากรรมก็ดันอยากไปเล่น ไปทำอย่างอื่นเสียเฉยๆ ก็มี (ผมเป็นประจำ)

ดังนั้น ช่วงนี้แหละครับที่สำคัญ ต้องบังคับตัวเองให้ได้ อย่าไปเข้าเว็บหรือทำอย่างอื่น ให้รีบเปิดไปตรงหน้านิยายที่เราเขียนเอาไว้เลย

จากนั้นไปมองดูตรงชื่อตามที่เราตั้งชื่อรอเอาไว้แต่แรก ตั้งสมาธิให้ดี ถึงในหัวจะยังมีเนื้อหาที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ไม่ต้องกังวลครับ ขึ้นย่อหน้า เริ่มพิมพ์ลงไปเลย เขียนเองอ่านเอง ถ้าพลาดก็ลบเขียนใหม่ได้

จากที่ไม่รู้ว่าจะลงเนื้อหายังไง แต่ถ้าลองทำได้แบบนี้แล้ว เดี๋ยวเนื้อหาเหล่านั้นมันจะทะยอยมาเองครับ โดยเฉพาะการบรรยายสถานที่หรือฉาก ผมทำแบบนี้แล้วเขียนออกมาได้ทุกครั้งเลย

นี่แหละครับ คือเคล็ดลับทั้งหมด ซึ่งผมใช้ในการเขียนนิยาย หรืองานเขียนอื่นๆ ยังไงก็ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ