ไพรอาฆาต : ตอนที่ 4 (จบ)

-A A +A

ไพรอาฆาต : ตอนที่ 4 (จบ)

พรานคมรู้สึกร้อนวูบขึ้นบริเวณอก สัมผัสนั้นทำให้เขาสะดุ้งเฮือกได้สติในทันใด ขณะแรกเขานึกว่าเป็นเพราะนั่งห้างจนเหน็ดเหนื่อยเลยทำให้เขาเผลอหลับไป ทว่าเสียงลั่นเอี๊ยดของลำไม้ที่ใช้ขัดห้างทำให้เขารู้สึกประหลาดใจพร้อมกับรู้สึกผิกปกติ

พรานคมหันขวับไปมองทางด้านข้างที่เพื่อนของเขานั่งประจำการอยู่ บัดนั้นเองที่เขาพลันรู้สึกตัวว่านี่คงไม่ค่อยดีเสียแล้ว เนื่องเพราะจุดที่พรานเล็กเคยนั่งอยู่ เวลานี้ว่างเปล่า เหลือไว้เพียงปืนไรเฟิลและย่ามถูกวางทิ้งเอาไว้

เสียงไม้เสียดสีกันอีกครั้งทำให้พรานคมหันมองลงไปเบื้องล่าง สิ่งที่กระทบสายตาคือพรานเล็กเพื่อนยากกำลังไต่ลงจากห้างไปยังพื้นดิน

แสงจันทร์รำไร ช่วยให้เขามองเห็นหญิงสาวนางหนึ่งนั่งขี่อยู่บนหลังเสือโคร่งตัวใหญ่ คล้ายว่าตัวนางจะรับรู้ถึงการจ้องมองของเขา เพราะเสี้ยววินาทีนั้น นางค่อยๆ หันสายตามองขึ้นมาด้านบนสบสายตากับพรานคมอย่างจัง

แววตาอันทรงอำนาจเสมือนมีแสงเจือจางกระจายออกมาอย่างเลือนราง พรานคมรู้สึกว่าสติของเขาเริ่มจะเลื่อนลอยคล้ายคนจะหลับเข้าไปทุกที ชั่วลัดนิ้วมือนั้น เขาพานตัดสินใจฝืนตัวเองหญิบปืนลูกซองที่วางไว้ใกล้มือขึ้นมา สมองสั่งให้ลั่นไกปืนออกไปในนาทีนั้น

เสียงปังดังสนั่นลั่นป่า ช่วยทำให้มนต์สะกดคลายออกไปในทันที พรานคมดีดตัวขึ้นตั้งท่าพลางชี้ปืนเข้าใส่หญิงสาวลึกลับทางเบื้องล่าง เป็นจังหวะที่ร่างของพรานเล็กผู้เป็นสหายร่วงลิ่วลงไปยังพื้นดิน

คล้ายว่าเสือโคร่งขนาดใหญ่เกินมาตรฐานตัวนั้นจะคอยทีอยู่แล้ว เพราะทันทีที่ร่างของพรานเล็กตกลงถึงพื้นดิน มันก็ยกกงเล็บขึ้นเตรียมตะปบเข้าใส่อย่างมุ่งร้าย ด้วยระยะใกล้เพียงเท่านั้น พรานเล็กคงต้องตกตายลงอย่างแน่นอน

มีหรือพรานคมจะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตาของเขา เวลานี้เขาไม่ใส่ใจแล้วว่าตัวนางผู้ขี่บนหลังเสือเป็นใคร หรือมีที่มาอย่างไร เพราะเขาตระหนักดีว่าตัวนางคงไม่ใช่คนอย่างแน่นอน หากทว่าเป็นสิ่งลึกลับบางอย่างที่อาศัยอยู่ในป่านี้

เขาตั้งสติมั่น ปืนในมือปล่อยกระสุนลูกโดดออกไปในบัดดล หมายว่าหากยิงถูกกลางหน้าผาก ด้วยแรงกระสุนคงทำให้เสือร้ายสิ้นชีพ หรืออย่างน้อยก็เตลิดหลบหนีไป

ปัง!

เสียงลูกซองสนั่นก้องไพรอีกคำรบ หากทว่าเสือร้ายกลับไม่สะทกสะท้านในอำนาจของกระสุนเลยแม้เพียงนิด กรงเล็บของมันเพียงหยุดชะงักชั่วครู่ ก่อนจะฟาดลงไปยังร่างของพรานเล็กที่นอนกองอยู่ตรงพื้นดินอย่างโหดร้าย

เสียงปังๆ จากปืนลูกซองในมือพรานคมยังดังต่อเนื่องตามกันอยู่อีกสามนัด ก่อนที่กระสุนในรังเพลิงจะหมดลง เสียงร้องโอดโอยของพรานเล็กซึ่งเป็นสหายสนิททำให้พรานคมไม่คิดยอมแพ้ เขาบันจุกระสุนเข้าตัวปืนอีกครั้ง ก่อนจะกระหน่ำยิงต่อไปด้วยหวังว่าฤทธิ์ของกระสุนจะทำอันตรายให้กับเดรัจฉานเบื้องล่างได้บ้าง

เสียงร้องของพรานเล็กค่อยๆ ดังแผ่วลงไปทีละนิด ยิ่งทำให้พรานคมรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง คำถามร้อยพันผุดขึ้นภายในหัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ทั้งที่ป่านี้ก็ไม่เคยมีเรื่องภูตผีปีศาจมาก่อน

“ท่านไม่ต้องเสียใจไปหรอกพรานคม” เสียงหวานใสหากทว่าเจือความแผ่วเย็นเอ่ยขึ้น

“จะไม่ให้เสียใจได้ยังไง นั่นมันเพื่อนข้าทั้งคน แล้วท่านเป็นใคร ทำไมต้องทำร้ายสหายข้า” พรานคมตะโกนถามลงไปด้วยความโกรธที่ตนเองไม่สามารถช่วยเพื่อนได้

หญิงสาวลึกลับหัวเราะเสียงหยัน “ข้าคือผู้ดูแลป่าแห่งนี้ ส่วนเหตุใดสหายท่านต้องตาย เราว่าท่านก็ทราบอยู่แล้ว จะถามเราไปไย”

พรานคมพลันนึกไปถึงพฤติการณ์ที่ผู้เป็นเพื่อนเคยกระทำ เวลาที่ผ่านมา พรานเล็กไม่ได้ยึดถือในจรรยาบรรณของคนเป็นพรานเลย เพราะพรานเล็กไม่ได้ล่าสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพ แต่เขายังล่าสัตว์เพื่อส่งขายให้นายทุนและคนรวยจนเกินความจำเป็น ซึ่งพรานอาชีพไม่ทำกัน นอกจากนี้ พรานเล็กยังไม่สนข้อปฏิบัติที่พรานรุ่นเก่ายึดถือมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ท้องแก่ หรือสัตว์ที่มีลูกน้อย หากพรานเล็กพบเจอและตรงกับความต้องการ เป็นอันต้องล่าทุกคราวไป ใครเตือนก็ไม่ยอมฟัง

ถึงแม้จะรู้ดีว่าเพื่อนทำผิด แต่จะอย่างไรก็เพื่อน ดังนั้นพรานคมจึงตัดสินใจเอ่ยขอร้อง

“ท่านช่วยละเว้นเพื่อนข้าสักครั้งไม่ได้หรือ ให้โอกาสเพื่อนข้าสักครั้ง คิดว่าเมื่อมันพบเจอแบบนี้แล้ว มันคงไม่กล้าทำอีก”

“ไม่ได้!” นางตะหวาดเสียงแข็ง แววตาดุดันขึ้น “ตัวพรานเล็กยังไม่เคยให้โอกาสสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ในป่านี้ อีกทั้งหลายคนก็เคยเตือนมันแล้ว แต่มันจะเชื่อหรือเปล่าก็หาไม่ ตอนนี้โอกาสของมันหมดแล้ว หวังว่าท่านคงเข้าใจ”

นางกระตุ้นให้เสือโคร่งที่นางขี่อยู่ปลิดชีพพรานเล็กในทันที โดยที่ไม่สนสีหน้าสลดของพรานคมอีกต่อไป เมื่อเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้ พรานคมยังจะทำอะไรได้อีก กรรมใดใครก่อ ผู้นั้นย่อมต้องรับผิดชอบ เขาตระหนักถึงข้อนี้ดี

“ท่านถือว่าเป็นคนดี สัตว์ที่ท่านได้ล่าไปก็มีเวรกรรมผูกพันกับท่าน ดังนั้นท่านจึงต่างจากผู้เป็นสหายมากนัก” เมื่อพรานเล็กสิ้นใจ นางก็หันมาเอ่ยกับพรานคมด้วยแววตาอ่อนลง “เอาละ ภารกิจของเราเสร็จสิ้นแล้ว สุดท้ายนี้เราขอให้ท่านยึดมั่นในความดีต่อไป ในอนาคต ท่านจะมีแต่ความโชคดี จะไม่จำเป็นต้องมาเบียดเบียนชีวิตของสัตว์อื่นต่อไปอีก เราลาก่อน”

สิ้นคำ เสือโคร่งก็พานางถอยห่างออกไป ก่อนจะหายลับเข้าไปในราวป่า เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพของพรานเล็กที่มีแต่รอยเล็บเสือเต็มไปทั่วร่าง

 

วันต่อมาพรานคมก็ออกไปตามชาวบ้านมาช่วยกันเคลื่อนย้ายศพของพรานเล็กออกไปประกอบพิธีอย่างเหมาะสม ตัวเขาไม่ได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับคนอื่นได้รับรู้ เขาบอกแต่เพียงว่าพรานเล็กเสียชีวิตเพราะพลาดท่าถูกเสือทำร้าย ส่วนเสือตัวนั้นถูกเขายิงเจ็บสาหัสจนหลบหนีไปตายในป่าลึกแล้ว

คล้ายว่าคำอวยพรของหญิงสาวลึกลับจะเป็นจริง เพราะผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ครอบครัวของพรานคมก็มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าเขาจะหญิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ตอนนี้ครอบครัวเขามีร้านค้าเป็นธุรกิจของทางบ้าน ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำงานเป็นพรานอีกต่อไป

ชีวิตรักของเขาก็มีความสุข เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเพิ่งแต่งงานกับหญิงสาวในหมู่บ้านคนหนึ่ง ตัวเธออายุใกล้เคียงกับเขา ดูน่ารักสมวัย ในอนาคตหากมีลูก เขาจะสอนลูกให้เป็นคนดี ส่งลูกให้มีการศึกษาที่ดี จะได้ไม่ไปเบียดเบียนชีวิตของสัตว์ในป่าเหมือนกับเขา

สำหรับพรานคม ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาก ขอแค่อยู่อย่างมีความสุขโดยไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น...เพียงเท่านั้นก็มีความสุขแล้ว

 

สารบัญ / เมนูนิยาย

ความคิดเห็น

รูปภาพของ ลายเงา

ยอดเยี่ยมครับ สนุกมากครับ