เสียงเพลงจากห้องข้างๆ

-A A +A

เสียงเพลงจากห้องข้างๆ

หมวดเรื่องสั้น: 

เพราะฉันได้งานที่ต่างจังหวัด ฉันเลยตัดสินใจออกจากบ้านมาเช่าอพาร์ตเม้นต์อยู่คนเดียว ซึ่งอพาร์ตเม้นต์ที่ฉันเลือก อยู่ห่างจากที่ทำงานของฉันแค่ไม่กี่กิโล ระบบความปลอดภัยก็ดี เพราะต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้าออกทุกครั้ง

 

เนื่องจากฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ฉันเลยไม่รู้จักใครเลยสักคน แต่ฉันก็ไม่กังวลมากนัก เพราะอพาร์ตเม้นต์นี้ก็มีคนอยู่เยอะพอสมควร อีกทั้งห้องข้างๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นคนอัธยาศัยดี เพราะตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาอยู่ ในช่วงดึก เวลาราวๆสี่ทุ่ม ฉันก็มักจะได้ยินเสียงกีตาร์พร้อมกับเสียงร้องเพลงรักเพราะๆ ดังแว่วมาถึงห้องฉันโดยตลอด

 

หลายครั้ง โดยเฉพาะวันไหนที่ฉันเหนื่อยๆ ฉันก็รู้สึกรำคานเหมือนกัน แต่เพราะเห็นว่ายังไงก็เป็นคนห้องข้างกัน ฉันเลยไม่คิดจะโวยวายออกไปให้เสียเรื่อง อีกอย่างเพลงที่เขาร้องก็เพราะดี ประกอบกับแต่ละคืนเขาเล่นเพียงไม่นาน ราวห้าทุ่มนิดๆ เขาก็เงียบไปแล้ว ฉันเลยไม่มีปัญหาอะไร

 

ฉันสังเกตจากเพลงที่เขาร้อง ฉันคิดว่าผู้ชายคนนี้น่าจะมีแฟนแล้วล่ะ เพราะเพลงแต่ละเพลง หากไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก ก็จะเป็นเพลงที่เกี่ยวกับการคิดถึงใครสักคนอยู่เสมอ

 

แต่ก็น่าแปลก เพราะผ่านมาได้เกือบเดือน ฉันก็ยังไม่มีโอกาสได้พบเจ้าของเสียงเพลงเลยสักครั้ง แม้แต่คนที่มาพบเขาฉันก็ไม่เคยเห็น พูดได้ว่าฉันไม่เคยเห็นใครเข้าออกห้องข้างๆ เลยสักวัน

 

ถึงแม้จะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ฉันก็ไม่คิดมาก เพราะวันๆ ฉันก็ออกไปทำงานตลอด การที่เราจะเข้าออกห้องไม่ตรงกันมันก็มีความเป็นไปได้

 

เมื่อถึงสี่ทุ่มของทุกวัน เพลงรักแฝงความคิดถึงก็จะดังแว่วมาให้ได้ยินตลอดจนฉันเห็นเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวฉันคิดว่าผู้ชายคนนี้เขาน่าจะรักแฟนของเขามาก แต่เพราะเหตุบางอย่าง ทำให้คนทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถามว่าทำไมฉันถึงคิดแบบนั้น นั่นก็เพราะในแต่ละวัน ฉันไม่เคยได้ยินเสียงใครคนอื่นดังแว่วออกมาจากห้องของเขาเลย วันๆ ฉันก็ได้ยินแต่เสียงเพลงของเขาเนี่ยแหละ ถ้าแฟนเขาอยู่ด้วย ฉันก็คงได้ยินเสียงไปนานแล้ว

 

ถ้าเรื่องราวมันเป็นตามที่ฉันคิดไว้จริงๆ ฉันก็เห็นใจเขานะ เพราะจะมีใครบ้างล่ะ ที่อยากจะแยกจากคนรักของตัวเอง คิดว่าคงไม่มีหรอก

 

อาจจะเป็นเพราะเสียงเพลงของเขาที่ฉันฟังทุกคืน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าฉันอยากจะทำความรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวก็ได้ วันหนึ่งฉันเลยตัดสินใจลองถามกับเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ดู เผื่อจะพอรู้บ้างว่า เขาเป็นใครชื่ออะไร ทำงานอะไร เผื่อบังเอิญได้เจอกัน จะได้ชวนคุยได้ง่าย

 

ป้าเจ้าของอพาร์ตเน้นต์มีสีหน้าแปลกๆ แล้วบอกฉันว่า ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอก ปล่อยให้เขาอยู่ของเขาไปเถอะ

 

ระหว่างทางเดินไปร้านอาหารใกล้ๆ ฉันก็คิดกับตัวเองว่า หรือเขาจะนิศัยไม่ดีอย่างที่คิด ป้าเลยไม่อยากให้ฉันไปยุ่งกับเขา

 

ขณะที่ฉันกำลังนั่งทานข้าวอยู่ในร้าน ฉันก็บังเอิญมองไปเห็นพี่ผู้หญิงที่ฉันคุ้นๆ ว่าเราพักอพาร์ตเม้นต์เดียวกัน ฉันเลยพูดทักทายออกไปอย่างคนอัธยาศัยดี

 

เราสองคนคุยกันอย่างถูกคอ ไม่รู้นึกอะไร ฉันเลยลองถามถึงคนที่เขาพักห้องข้างๆ กับฉันขึ้นมา เผื่อพี่เขาจะรู้จัก

 

พี่เขาทำหน้าตื่น แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ฉันฟัง

 

พี่เขาเล่าว่า อันที่จริงห้องนั้นเป็นห้องว่างไม่มีใครอยู่ แต่เมื่อหลายปีก่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งมาพัก เขาทำงานเป็นนักดนตรีอยู่ร้านเหล้าใกล้ๆ นี่แหละ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีมาก ทว่าอยู่มาวันหนึ่งก็มีคนเห็นเขาเดินร้องไห้ออกมาจากร้านเหล้าที่เขาทำงานอยู่

 

เมื่อมีคนเดินเข้าไปถาม เขาเลยเล่าให้ฟังว่า แฟนเขาหนีไปอยู่กับคนอื่นได้พักใหญ่แล้ว แต่เขามารู้ทีหลัง ดังนั้นเขาเลยเสียใจมาก จากวันนั้นมา เขาก็เอาแต่เล่นดนตรีอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาอีกเลย จนกระทั่งวันที่เขาเสียชีวิตอยู่ในห้องของตัวเองนั่นแหละ

 

ฉันฟังเรื่องทั้งหมดแล้วรู้สึกช็อค แต่ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะหลังจากกลับไปถามป้าเจ้าของหอก็ได้ข้อมูลตรงกัน

 

ถามว่าฉันรู้สึกกลัวเขาไหม ฉันว่าฉันไม่กลัวเขานะ ฉันว่าเขาน่าสงสานมากกว่า เอาเข้าจริงๆ จะมีผู้ชายอยู่สักกี่คน ที่มอบความรักให้กับผู้หญิงมากมายขนาดนี้

 

เวลาสี่ทุ่มของคืนนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงเพลงรักดังแว่วขึ้นมาอีก ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี เลยอธิษฐานบอกเขาไปว่า ฉันเข้าใจและเห็นใจเขา หลังจากนี้จะทำบุญไปให้ เอาเป็นว่าฉันรับรู้ทุกอย่าง แต่อย่าทำอะไรให้ฉันรับรู้อีกเลย

 

หลังจากคืนนั้นมา ฉันก็ไม่เคยได้ยินเพลงรักจากห้องข้างๆ อีกเลย กระทั่งฉันย้ายกลับไปทำงานที่บ้าน แต่เรื่องราวความรักของชายคนนั้น ไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำของฉัน