เรื่องเล่า...จากป่าใหญ่

-A A +A

เรื่องเล่า...จากป่าใหญ่

หมวดเรื่องสั้น: 

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เรื่องที่อยู่เหนือธรรมชาติโดยเฉพาะในป่าดงดิบ หรือป่าใหญ่ที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง อาถรรพ์แห่งป่าและขุนเขานั้นมีอยู่จริง เป็นเรื่องเล่าหรือตำนานที่บอกกล่าวเล่าขานกันมานมนาน คนอยู่ป่าจะเชื่ออย่างสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง ผืนป่าดงดิบจะมีสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองอยู่ คนที่จะเข้าป่าต้องให้ความเคารพและนับถือ เนื่องจากในป่าอาจเกิดอะไรก็ได้ที่เราคาดไม่ถึง เช่น เดินหลงป่าหาทางออกไม่ได้ ไปพบสิ่งประหลาดที่อยู่เหนือธรรมชาติ เข้าป่าไปแล้วออกมาเกิดอาการบ้า ๆ บอ ๆ พูดไม่รู้เรื่อง เป็นต้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวแม้แต่วิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้

เรื่องราวของป่าโดยเฉพาะความอาถรรพ์ในป่าจะว่าไปแล้วมีมานานแล้ว โดยเฉพาะพวกพรานป่า หรือคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าเพื่อหาของป่า อาศัยป่าเป็นที่ทำมาหากิน ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเชื่อในเรื่องอาถรรพ์ในป่าว่ามีจริง แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำอธิบายก็ตาม

เรื่องเล่าในป่ามีอยู่มากมายล้วนเป็นเรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาปากต่อปาก แต่ก็ทำให้ผู้ฟังต้องนั่งนิ่งและอินไปกับเรื่องเหล่านั้นมาแล้ว เช่น

ผีบังตา เป็นความเชื่อที่เล่าต่อ ๆ กันมา เนื่องจากเชื่อกันว่า คนที่สูญหายไปในป่า ต้องมีสิ่งอาถรรพ์ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากผีป่ามาบังตา หรือมาอำพรางตาไว้เพื่อไม่ให้เห็นทาง หรือเกิดการหลงทาง หลงป่า หรือไม่ก็ผีป่าจะมาอำพรางคนที่ค้นหาไม่ให้เห็นคนหลงทาง ทั้ง ๆ ที่ก็อยู่กันไม่ไกล จึงต้องมีการขอขมาลาโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่า ด้วยการบวงสรวงทำพิธีใหญ่โต ซึ่งบางครั้งก็ได้พบคนที่หายไปแต่ก็อาจสายไปแล้วก็มี เนื่องจากคนที่หายไปอาจเสียชีวิตไปแล้วเพราะอดอาหารเป็นเวลาหลายวัน หรือไม่ก็ต้องเสียสติไปเลยก็มีเรื่องทำนองนี้มักเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อย ๆ แม้โลกจะไปถึงไหนแล้วก็ตาม แต่ป่าก็ยังเป็นป่ายังมีความอาถรรพ์อยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ตราบใดที่ความเจริญและเทคโนโลยียังเข้าไปไม่ถึง

ชีวิตและวิญญาณในป่าดงดิบ อีกเรื่องหนึ่งที่คนใช้ชีวิตในป่าเชื่ออย่างไม่ต้องมีอะไรมาพิสูจน์ว่า ในป่านั้นมีชีวิต มีวิญญาณ ซึ่งจะเป็นวิญญาณร้ายหรือดีนั้นขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลา หรือฤดูกาลที่พบเจอ วิญญาณเหล่านี้จะแสดงออกให้เห็นได้กับต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ในป่านั่นเอง เช่น ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของดินฟ้าอากาศในป่า ซึ่งจะรู้สึกได้ว่าเวลาทำไมมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อไม่นานยังเห็นแสงแดดจ้าอยู่เลย ผ่านมาชั่วอึดใจเดียว กลายเป็นยามค่ำไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่นาฬิกาบนข้อมือยังบอกว่าเพิ่งจะบ่ายแก่ ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เกิดจากความอาถรรพ์ของป่าที่บันดาลให้เป็นไป ถ้าต้องไปเกิดกับคนไม่รู้ หรือคนจิตอ่อนก็ยิ่งไปกันใหญ่ บางครั้งวิญญาณในป่าก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือสิ่งรอบข้างตัวเราให้เปลี่ยนไปไม่เหมือนอย่างที่เห็น เช่น สภาพของต้นไม้อาจมีความรู้สึกว่ามันเดินได้ หรือย้ายที่อยู่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ แต่แล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันคืออะไร

ป่าแต่ละแห่งจะมีทางเข้าเฉพาะหรือที่เรียกว่า ประตูป่า ซึ่งจะใช้เป็นทางเข้าออกเฉพาะป่าแห่งนั้น โดยปกติแล้วการเข้าป่าแต่ละครั้งของพวกพรานป่า จะต้องมีการทำพิธีเส้นสังเวยเจ้าป่าเจ้าเขาแล้วจึงเข้าป่าเพื่อไปหาของป่าหรือล่าสัตว์ ดังนั้นการเข้าจึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพียงแต่เสียของเส้นสังเวยเล็กน้อยก็สามารถผ่านไปได้แล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ตอนออกจากป่า ซึ่งอาจหาทางออกไม่เจอทั้ง ๆ ที่ก็จำได้ว่าเข้ามาทางไหน นั่นก็คืออิทธิพลของเจ้าป่านั่นเอง ซึ่งดลบันดาลให้ผู้ที่เข้าป่าหาทางออกไม่พบและต้องเดินวนเวียนอยู่ในป่าเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งนานจนหมดเวลาของชีวิตไปเลย

บ้างก็เล่ากันว่าในป่านั้นมีประตูสามารถข้ามภพได้ โดยจะข้ามไปยังภพที่ย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคเก่าที่ยังมีสัตว์โบราณหรือสัตว์ดึกดำบรรพ์อาศัยอยู่ ซึ่งไม่มีอาวุธสมัยใหม่อะไร แม้แต่ปืนไรเฟิลที่มีอานุภาพสูงก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรมันได้ ซึ่งถ้ามีใครพลัดหลงเข้าประตูข้ามภพไปแล้วก็จะไม่มีทางที่จะกลับมาได้อีกเลย ดังจะมีพรานป่าหลายรายที่ต้องหายสาบสูญไปอย่างไม่มีวันกลับมาได้เลย เนื่องจากเมื่อข้ามภพไปแล้วก็เหมือนเป็นการเข้าสู่เส้นทางแห่งเขาวงกตที่มีเส้นทางวนเวียนลดเลี้ยวหาทางกลับที่เก่าไม่ได้นั่นเอง ซึ่งผู้หลงทางอาจต้องผจญกับสัตว์ร้าย หรืออดอาหารจนตายไปในที่สุด

อาวุธปืนที่ควรนำติดตัวไปในขณะเดินป่า นักเดินป่ารู้ดีว่าในป่านั้นมีสิ่งที่เหนือธรรมชาติอยู่มากมาย แต่เพื่อความอุ่นใจก็ต้องมีอาวุธติดตัวไปด้วยอย่างน้อยก็เพื่ออุ่นใจในการเดินป่า อาวุธปืนยาวหรือปืนไรเฟิลเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด สำหรับพรานป่าเก่า ๆ ก็อาจจะใช้ปืนแก๊ปหรือที่เรียกกันว่าปืนคาบศิลา แต่สำหรับพรานรุ่นใหม่ก็คงต้องเปลี่ยนมาใช้ปืนไรเฟิลที่มีอานุภาพการยิงที่ดีกว่าด้วยกระสุนที่มีแรงขับสูง ๆ และหัวกระสุนที่มีน้ำหนักสักหน่อย เช่น ไรเฟิลขนาด 30-06 หรือ .375 แม็กนั่ม ก็น่าจะเพียงพอสำหรับสัตว์ใหญ่อย่างเสือ ช้าง หมี และกระทิง หรือหมูป่า ส่วนปืนสั้นไม่เป็นขนาด .357 แม็กนั่ม ก็ต้องเป็น .44 ไปเลย ซึ่งหาได้ไม่ยากในร้านจำหน่ายอาวุธปืนทั่วไป แต่สิ่งที่เหนือกว่าอาวุธปืนซึ่งได้แก่จิตใจที่มั่นคง และเชื่อมั่นในความเป็นจริง และขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า ‘สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไปก็ได้’

สามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับป่า ที่ผมได้เล่าเอาไว้ตอนที่แล้ว ได้ในตอน เรื่องเล่ารอบกองไฟ อาถรรพ์...จากป่าใหญ่ ได้เลยครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay