ลูกแก้วพระจันทร์ (เรื่องสั้นความรักในคืนลอยกระธง)

-A A +A

ลูกแก้วพระจันทร์ (เรื่องสั้นความรักในคืนลอยกระธง)

ลูกแก้วพระจันทร์

 

สายลมเย็นที่พัดกระทบใบหน้าไม่ได้ช่วยปัดเป่าความเปลี่ยวเหงาในจิตใจของปรวัฒน์ให้ลดทอนลงเพียงสักนิด ภาพหนุ่มสาวเดินจูงมือสอดประสานกันโดยมือข้างที่ว่างต่างก็ถือกระทงซึ่งถูกตกแต่งอย่างสวยงามเอาไว้ทำให้เขาต้องถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ เสียงหัวเราะ การผลัดไหล่กันอย่างหยอกล้อ รอยยิ้มที่ส่งให้กับคนข้างๆ สิ่งเหล่านี้นอกจากครอบครัว ญาติพี่น้อง และกลุ่มเพื่อนฝูงแล้ว ตัวของปรวัฒน์ไม่เคยได้รับจากบุคคลซึ่งมีถานะว่า ‘แฟน’ เลยสักครั้ง

 

ใช่ว่าแฟนของเขาไม่ดี...หากแต่เขาไม่มีแฟนเลยต่างหาก!

 

ถ้าพูดถึงช่วงเวลาที่เป็นนักศึกษา ใครกันเล่าจะไม่อยากมีแฟน แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ยังอยากมีเหมือนคนอื่นบ้าง ทว่าสงสัยเนื้อคู่ของเขาจะยังไม่เกิดหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ เพราะขนาดเขาจวนจะขึ้นปีสองอยู่แล้ว เธอคนนั้นก็ยังไม่ปรากฏขึ้นต่อหน้าของชายหนุ่มเลยแม้เพียงครั้ง ...คิดไปแล้วเศร้าใจ!

 

ปรวัฒน์ขยับร่างลุกขึ้นยืนจากม้าหินซึ่งนั่งอยู่นานพอสมควร เขาแหงนหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่ในตอนนี้ดวงจันทร์สีนวนกำลังสาดรัศมีอันสวยงามอ่อนโยนไปทั่วทั้งผืนนภาราวกับส่งคำอวยพรลงมาให้คู่รักทุกคู่ในคืนนี้

 

ปรวัฒน์สาวท้าวเดินไปเรื่อยเปื่อยโดยไร้จุดหมาย จนเมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็มายืนอยู่บริเวณท่าน้ำซึ่งเป็นจุดสำหรับลอยกระทงอย่างไม่ตั้งใจ เขาจ้องมองมือที่ปราศจากกระทงในมือพลางคิดว่าจะเดินกลับไปยังรถซึ่งเขาจอดเอาไว้ห่างจากจุดนี้ไปพอสมควร

 

ทว่าก่อนจะทันได้ทำตามอย่างใจคิด น้ำเสียงหวานแผ่วใสแฝงความร่าเริงก็ดังขึ้นข้างๆ

 

“สวัสดี! นายลอยกระทงเสร็จแล้วเหรอ?”

 

ปรวัฒน์รีบหันมองด้วยความแปลกใจ หญิงสาวตัวเล็กสูงเลยไหล่เขาไปนิดเดียวดวงหน้าละมุนในยามนี้กำลังส่งยิ้มมาให้เขา

 

“เอ่อ...ยังไม่ลอยเลย” ปรวัฒน์เอ่ยตอบ “ แล้วเธอ คือเรารู้จักกันด้วยเหรอ?” เขามองหญิงสาวแล้วพยายามนึกว่าเคยเจอกันที่ไหน แต่จากการใช้ความคิด ทำให้เขารู้ว่า เขาไม่น่าจะรู้จักคนตัวเล็กข้างๆ นี่หรอก เพราะดูยังไงๆ ก็ไม่เห็นคุ้นหน้าเลยสักนิด

 

หญิงสาวมองมือว่างเปล่าของชายหนุ่มอย่างแปลกใจก่อนจะตอบ “จะว่าไปเค้ากับนายก็ไม่รู้จักกันหรอก แต่เราเรียนคณะเดียวกัน เค้าเคยเจอนายตอนเข้าคลาสรับน้อง แต่เค้าไม่ได้ทักนาย นายจะไม่รู้จักเค้าก็ไม่แปลก แล้วกระทงนายล่ะไปไหน? ไหนว่ายังไม่ลอยไง?”

 

ปรวัฒน์ฝืนส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “คือ ฉันยังไม่ได้ซื้อ อีกอย่าง ไม่รู้ว่าจะลอยกับใคร ถ้าจะไปลอยคนเดียว มันก็รู้สึกโหวงพิกล” ชายหนุ่มยกมือเกาแก้มอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้น

 

“งั้นก็! เอ้านี่!” น้ำเสียงสดใสเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นกระทงไปให้ชายหนุ่ม

 

ปรวัฒน์มองกระทงที่อีกฝ่ายส่งมาให้อย่างมึนงง ก่อนจะสังเกตเห็นกระทงอีกอันที่เธอถือเอาไว้ “เอามาให้ทำไมเนี่ย?” เขาถาม

 

“ก็นายบอกยังไม่ซื้อไง” หญิงสาวเอ่ยตอบ “พอดีตอนที่เค้าไปซื้อกระทงกับคุณยายเจ้าของร้าน มันเหลือกระทงอยู่สองอันสุดท้าย เค้านึกยังไงก็ไม่รู้เลยซื้อมาทั้งสองอันเลย เอ้า! ถือไว้ดิ” ประโยคหลังหญิงสาวยังไม่เห็นอีกฝ่ายรับกระทงจากมือเธอ จึงเอ่ยเร่งออกไป

 

ปรวัฒน์รับกระทงมาจากมือคนตัวเล็กข้างๆ “งั้นก็ได้ ขอบคุณนะ”

 

“อื้ม!” หญิงสาวเอ่ยรับ “งั้นเรารีบไปลอยกันเถอะ”

 

ปรวัฒน์ออกเดินไปตามคำชวนของคนข้างๆ ระหว่างทางเขาก็ขอต่อไฟเพื่อจุดธูปเทียนจากคนที่เขาเดินผ่าน จากนั้นเขาจึงนำมาต่อให้กับหญิงสาวอีกทีหนึ่ง คนทั้งคู่เดินเคียงกันไปเรื่อยๆ เพื่อหาบริเวณว่าง ใช้เวลาไม่นานมากนัก ปรวัฒน์ก็ชักชวนให้หยุดลงตรงจุดที่คนบางตา ก่อนจะขยับท้าวเข้าใกล้ริมน้ำ

 

“พาแฟนมาลอยกระทงเหรอไอ้หนุ่ม?” ชายชราซึ่งเพิ่งปล่อยกระทงลงน้ำไปเอ่ยถามยิ้มๆ

 

“คือ...ไม่ใช่หรอกครับตา เพื่อนน่ะครับ” ปรวัฒน์รีบเอ่ยแก้ความเข้าใจผิด ส่วนในใจก็แอบอยากให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างที่คุณตาพูดอยู่เหมือนกัน เขาอดยิ้มกับความคิดของตัวเองไม่ได้

 

“ยิ้มไร!?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงหวานใสเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนข้างกาย

 

“ก็เปล่าอะ” ปรวัฒน์ปฏิเสธสั้นๆ ก็จะให้บอกไปได้ยังไงว่าถูกใจคำพูดคุณตา

 

หญิงสาวอธิษฐานก่อนปล่อยกระทงลงน้ำไป ชายหนุ่มก็ทำตามเช่นกัน สายตาของหนุ่มสาวทั้งสองเต็มเปรี่ยมไปด้วยความสุข ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงของกระแสน้ำหรือความตั้งใจจากจิตอธิษฐานของทั้งสอง เพราะตั้งแต่กระทงถูกปล่อยลงสู่ท้องวารี กระทงทั้งสองอันก็ไม่ยอมลอยห่างออกจากกันเลย

 

“เราไปเดินเล่นกันเถอะ” ปรวัฒน์เอ่ยชวนขณะชันตัวลุกขึ้นยืน

 

“อื้ม” หญิงสาวรับคำพลางลุกตามอีกฝ่าย

 

หนุ่มสาวทั้งคู่เดินดูนั่นนี่ไปเรื่อย ภายใต้แสงจันทร์นวนผ่องจากฟากฟ้า ไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่จะพัฒนาก้าวไปในทิศทางใด ทว่าด้วยความเอาใจช่วยจากจันทราดวงโตและจากหมู่ดาวน้อยใหญ่นับล้าน ‘ความรัก’ ก็อาจเกิดขึ้นกลางใจของคนทั้งสองโดยใช้เวลาไม่นาน

 

“นี่ก็ดึกแล้ว เค้าคงจะต้องกลับหอแล้วแหละ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อดูนาฬิกาจากสมาร์ทโฟน

 

“แล้วฉันจะได้เจอเธออีกหรือเปล่า?” ปรวัฒน์เอ่ยถามดวงตาฉายแววเหงาออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

“แล้วนายยังอยากจะเจอเค้าหรือเปล่าล่ะ?” หญิงสาวถามกลับ

 

“ก็...คือ” ปรวัฒน์เกาแก้มอย่างปราศจากความหมาย “อยากเจอแหละ”

 

“งั้นต้องทำไงน้า?” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

 

“เอ่อ” ปรวัฒน์อึกอัก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ย “ยังไม่สายเกินไปใช่ไหมที่ฉันจะถามชื่อเธอว่าเธอชื่ออะไร?”

 

หญิงสาวหัวเราะ “นึกว่าจะไม่ถามซะอีก เค้าชื่อลูกแก้ว แล้วนายล่ะ?”

 

“ฉันชื่อวัฒน์ คือ...แล้ว เอ่อ ฉันขอเฟซเธอได้หรือเปล่า?” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยอาการเขินไม่น้อย

 

“ไม่!” หญิงสาวเอ่ยตอบทันที หากเมื่อเห็นสีหน้าเจื่อนลงของคนข้างตัวจึงรีบเอ่ยต่อ “ปฏิเสธ...ถ้าให้แล้วไม่ทักมาจะลบทิ้ง” จบประโยคท้าย เธอจึงยื่นโทรศัพท์ของเธอให้ชายหนุ่มไปแอดเฟซของเขาเอาเอง

 

“กวนนะเนี่ย” ปรวัฒน์เอ่ยพลางถือวิสาสะยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่ายเล่น หลังจากที่ส่งโทรศัพท์คืนให้ผู้เป็นเจ้าของ “กลับหอได้แล้ว ฝันดี”

 

“อื้ม! ฝันดีเหมือนกันนะ” หญิงสาวเอ่ยยิ้มๆ พร้อมใช้มือปัดมือของชายหนุ่มออกจากหัวเธอ

 

ปรวัฒน์ยิ้มกว้าง “แล้วจะคอยคิดถึง”

 

หญิงสาวมีสีหน้าระเรื่อ “บ้า!...ไปและ” พูดจบเธอก็เริ่มออกเดินพร้อมกับเอ่ยเบาๆ พอให้ชายหนุ่มได้ยิน “เหมือนกัน”

 

ไม่ว่าสายลมในยามดึกจะเย็นขนาดไหน...ไม่ว่าหนทางชีวิตจะไกลสักเท่าใด หากแต่ในยามนี้ หัวใจทั้งสองดวงได้เริ่มหลอมรวมซึ่งกันละกันแล้ว อนาคตภายหน้าจะเป็นเช่นไร มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่รู้และต้องฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมาย สำหรับปรวัฒน์ เธอคือดวงจันทร์ของเขา เป็นดวงจันทร์ที่มีจิตใจและสัมผัสได้...เป็นดวงจันทร์ของเขาที่เขาอยากจะทะนุถนอม...เอาไว้ตลอดไป!

ความคิดเห็น

รูปภาพของ tor
ขอบคุณครับ เผลอแปบเดียวก็จะลอยกระธงอีกแล้ว

แสดงความคิดเห็น