บางทีมรสุมก็เหมือนทุเรียน

-A A +A

บางทีมรสุมก็เหมือนทุเรียน

หมวดเรื่องสั้น: 

เพราะวันนั้น สรัญทร ปันประทีป เด็กสาววัยสิบสองย่างสิบสามปีจึงไม่ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียน
ชื่อดังอันดับหนึ่งของจังหวัด เธอดันป่วยหนักกะทันหันในวันสอบคัดเลือกพอดี ทำให้โอกาสที่จะได้เข้าเป็นนักเรียนของโรงเรียนที่ใฝ่ฝันต้องพังทลาย ความเสียใจท่วมท้นอกของเด็กหญิง แต่จะให้กลับไปแก้ไขอย่างไรได้ เมื่อเวลาเดินไปแล้วย่อมไม่มีวันหวนคืนอีก มีเพียงการยอมรับสภาพ ตั้งสติ และทำสิ่งที่พอจะ
ทำได้ในตอนนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

สรัญทรฝืนความเสียใจกลับมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเตรียมเข้าสอบของโรงเรียนที่เหลือต่อ
แม้จะพลาดจากโรงเรียนที่หนึ่งในหัวใจ ทว่าก็ยังเหลืออีกที่ที่เธอปรารถนาจะได้เข้าเรียน และคราวนี้มันจะต้องไม่พลาดอีก สัญญากับตนเองเลยว่า จะดูแลสุขภาพกายใจให้พร้อม ต่อให้วันนั้นจะมีอะไรมาขัดขวางก็ยอมสู้ตายเพื่อรักษาโอกาสสุดท้ายไว้ให้ถึงที่สุด

แต่เหมือนเรื่องจะยังไม่ยอมจบด้วยดี เด็กหญิงต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อไปเข้าสอบไม่ทันเวลา ระหว่างการเดินทางจากบ้านมาถึงสถานที่สอบในวันนั้นช่างมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน ทั้งรถที่นั่งมา
เสียกลางทาง เจออุบัติเหตุ รถติดยาวเหยียด แม้จะหาทุกวิถีทางเพื่อให้มาสอบได้ทันเวลาแล้ว แต่มันก็
สายเกินไป เมื่อก้มดูหน้าปัดนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่า ตอนนี้สายมาสิบห้านาที ยังเลย เธอยังไม่เห็นแม้แต่หน้าประตูโรงเรียนเป้าหมายเลย เห็นเพียงกำแพงสีละมุนขนาดใหญ่ไกลๆ เท่านั้น

ความพยายามทั้งหมดไร้ประโยชน์ กฎก็คือกฎ อย่างไรก็ต้องรักษาไว้ยิ่งชีพ ครูผู้คุมสอบไม่สามารถยกเว้นเธอเป็นกรณีพิเศษได้ เมื่อเธอสายมามากเกินจะประนีประนอม ฟ้าดินใจร้าย ใจร้ายกับเธอเหลือเกิน สรัญทรทำได้เพียงร้องไห้ ร้องไห้ให้กับความพยายามทั้งหมดที่ทุ่มเทไป

กลับมาตั้งหลักที่บ้านอีกครั้ง เสียเวลาไปกับการนั่งซึมแทบหมดอาลัยตายอยากสามสี่วัน ทำไม
ฟ้าดินถึงไม่ช่วยเธอบ้าง ที่ผ่านมาก็ทำความดีมาตลอด ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องไม่น่าเกิดแบบนี้เกิดอีกครั้ง       ฟ้าดินใจร้าย ทำดีได้ดีไม่มีจริง!

ในที่สุดสรัญทรก็ได้เข้าเรียนยังโรงเรียนมัธยมอีกที่หนึ่งด้วยความไม่ค่อยเต็มใจนัก...แต่มันทำให้เธอพบกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปเป็นสิบๆ ปี เพื่อนคนนั้นก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีและน่ารักที่สุด
ของเธอเสมอ

ทั้งคู่เรียนด้วยกันจนจบชั้นมัธยมต้น และมีแผนจะเรียนต่อด้วยกันอีกในชั้นมัธยมปลาย ถ้าไม่เกิดเรื่องร้ายกับสรัญทรขึ้นเสียก่อน เด็กสาวประสบอุบัติเหตุระหว่างทางกลับจากซื้อของให้แม่ เป็นผลให้สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไป ….ตลอดกาล

ไม่มีอะไรดีเท่ายอมรับสภาพที่เป็นอยู่ให้ได้เร็วที่สุด แล้วก้าวต่อไป บางครั้งเราอาจต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง   ความฝัน แต่สุดท้ายถ้าไม่เจอปลายทางใหม่ที่สวยงามไม่แพ้กัน ก็อาจเป็นอีกเส้นทางที่จะ
รู้ภายหลังว่า ความสุข ความสำเร็จที่ปรารถนาอาจไม่จำเป็นต้องเดินเพียงทางใดทางเดียว

ถ้าถามสรัญทรว่า วันนั้นเสียใจไหม คงมีน้อยนักจะตอบว่า นิดเดียวเท่านั้น นั่นมันคืออนาคต
ของเธอ คือความฝันของเธอเกือบทั้งหมด ไม่เป็นบ้าไปก่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว

ก่อนเด็กสาวจะตาบอด เธอสอบติดสายที่ต้องการแล้ว และเพื่อนรักคนนั้นก็ยืนยันหนักแน่นว่า
จะช่วยประคับประคองกันไปจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาทั้งคู่ แต่ด้วยความที่ผู้ปกครองเป็นห่วงว่าเธอ
จะเรียนหนักและเครียดเกินไป จึงขอให้เธอเปลี่ยนไปเลือกสายที่เบาลงมาหน่อย เพื่อสุขภาพกายใจของเธอ สรัญทรไม่อยากปล่อยโอกาสทำตามความฝันของตนเองไปอีกครั้ง ทว่าก็ไม่ต้องการเป็นภาระให้เพื่อนรัก แม้ฝ่ายนั้นจะยินดีแค่ไหนก็ตาม

ชีวิตใหม่ในฐานะคนพิการไม่ง่ายดายเลย เพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้นที่เคยเล่นด้วยกัน ช่วยเหลือกัน นอกจากเพื่อนรักคนนั้นก็ไม่มีใครสนใจเธออีก ทุกคนล้วนมองว่าลำพังพวกเขาก็ยังจะเอาตัวไม่รอด รับเธอเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มอีกคนคงเป็นภาระใหญ่หลวง เพราะเหตุนั้น ชีวิตในห้องเรียนใหม่ของเด็กสาว
จึงเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม สรัญทรก็ไม่คิดจะหยุดอยู่กับที่ หรือปล่อยตนเองก้าวถอยหลังลงเหวไปง่ายดายและรวดเร็วนัก สองมือสองเท้ายังมี ต้องดิ้นรนให้ถึงที่สุด ให้มันรู้ไปว่าฟ้าดินจะเล่นตลกกับเธอได้มากแค่ไหนกัน

แม้ในใจจะคิดบ่อยครั้งว่า ทำดีได้ดีไม่มีจริง แต่จะให้หันไปทำชั่วก็ไม่ใช่วิสัยของเด็กสาว ทำดีไม่ได้ดีจริงอย่างไรบอกชัดเจนไม่ได้เหมือนกัน เพราะก็มีหลายคนที่ยืนยันหนักหนาว่า “ทำดีย่อมได้ดีแน่นอน”
แต่ขณะที่ยังลังเลกับข้อสรุปทั้งสองอย่างนั้น เธอก็ยังเลือกทำความดีต่อไป อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น

สายตาที่มืดมิด ไม่ได้ทำให้ศักยภาพในการเรียนลดน้อยลง เพียงต้องคอยคนมาช่วยอ่านหนังสือ เขียนการบ้านให้เท่านั้น เพราะเธอเพิ่งตาบอด อักษรเบลล์ก็ยังไม่คล่อง การใช้คอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรมช่วยอ่านหน้าจอก็ยังไม่ถนัดนัก ทุกวันผ่านไปด้วยความพยายามสองเท่าของชีวิตเดิม แต่ยังดีที่ครูหลายคนเข้าใจ จึงช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียน และการทำงานส่งให้บ้าง แม้กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความลำบากในการเรียนจะลดน้อยลงไปมากเลย หลายครั้งต้องอดทนรอคอยให้มีคนมาอ่านหนังสือให้ฟัง ช่วยเขียนการบ้านให้ การต้องยืมมือคนอื่นเป็นอะไรที่ควบคุมยากที่สุด บางครั้งงานที่อยากจะให้ออกมา
มีประสิทธิภาพก็ไม่ได้ออกมาดีสมใจ แม้จะท้อและอยากถอดใจหลายครั้ง สรัญทรก็พยายามสู้ต่อ
อย่างน้อยก็เพื่อคนที่เธอรักมากที่สุดและพวกเขาก็รักเธอไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือ..
” พ่อแม่ ”

ความพยายามทั้งหมดครั้งนี้จะสูญเปล่าอีกหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กสาวได้กลับมาคือรอยยิ้ม
ของบุพการี ที่เห็นว่าลูกสาวอย่างเธอยังสู้ จนในที่สุด วันที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผลการเรียนในสมุดพกเด่นหราว่า เธอทำผลการเรียนได้สูงที่สุดของห้อง

หลังจากนั้นอีกประมาณปีกว่า ห้องเรียนของสรัญทรก็มีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อนใหม่คนนี้
ช่างแตกต่างกว่าทุกคน ต่อมาก็กลายเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายอีกคนหนึ่งของเธอ และเป็นคนที่ช่วยกัน
กับเพื่อนรักสมัยมัธยมต้นหาช่องทางให้เธอได้ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาใหม่ จนกลับมามองเห็นเป็นปกติอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

บางครั้ง มรสุมที่สาดกระหน่ำชีวิตคนเราก็เหมือนทุเรียนนะว่าไหม กว่าจะได้กินเนื้อเหลืองนวลแสนเอร็ดอร่อยนั้น ต้องผ่านหนามแหลมใหญ่ยักษ์คมกริบทิ่มแทงมือมาแค่ไหน แต่ทุกคนย่อมรู้ดี ตราบเท่าที่ผ่านขวากหนามทั้งหมดมาได้ ก็จะพบกับรสสัมผัสหอมหวานเพลินลิ้นที่ใครก็ลืมไม่ลงแน่นอน

#ผู้แต่ง ครองใจ เมตต์พิรุณ

#ขอบคุณหัวใจ ของเธอ

#เขียนด้วยหัวใจ เขียนด้วยความสุข เพื่อส่งสุขต่อๆไป

***************

        อ่านแล้วรู้สึกยังไง คิดยังไงกับเรื่องสั้นเรื่องนี้ พูดคุยกันได้นะคะ แต่เดิมเป็นเรื่องสั้นประกวดค่ะ แต่ตกรอบ ก็เลยเอามาแบ่งปันให้ได้อ่าน ถ้าเอ็นดูคนเขียนบ้างก็โดเนทเพื่อเป็นกำลังใจให้กันหน่อยน้า :3