วิทยาลัยกลางบึง

-A A +A

วิทยาลัยกลางบึง

๑ ทำความรู้จักกัน
มีหลายๆ คนเคยผ่านความรู้สึกว่า เมื่อหลายปีก่อนเราเคยเรียนที่ และเรียนจบวิทยาลัยแห่งนี้พอก้าวเข้ามาเยือนหรือมองอีกครั้งทำให้นึกถึงว่าเราเคยเรียนที่นี่มาก่อน มีเพื่อนร่วมห้องเยอะ พอแยกย้ายกันไป บางคนก็ไปมีครอบครัว บางคนก็ทำงานในสิ่งที่เราเคยร่ำเรียนมา นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือแม้แต่บางครั้งเราเรียนจบมาไม่ตรงสายแต่ทำงานไม่ตรงกับที่เราเคยเรียนมาก็มี แต่บทความนี้จะมาแบบหนังสือและเราจะมาย้อนเวลากลับไปด้วยกัน
 เราจบจากโรงเรียนเดิม พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สายอาชีพ ก็คือวิทยาลัย ก้าวแรกคือการสมัครเรียน พอสมัครแล้วเราก็เป็นนักเรียนที่วิทยาลัย พอเปิดเทอมภาคเรียนที่๑ พวกเราต้องมายืนแนะนำตัวอยู่ และทำความรู้จักกัน
“สวัสดีครับ ผมชื่อ นัฐพล แสงใสครับ ชื่อเล่น ตั้มครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับทุกคน”
อาจารย์ก็จะบอกเราว่า “ไปนั่งเลย”
เราก็ไปนั่ง แล้วเพื่อนบางคนดื้อมาก เขามักจะถามเราว่า
“นี่ตั้ม เราต้อมนะ เราจบจาก…….(ชื่อโรงเรียน)…นะ”
ผมก็ยิ้มให้ก่อนตอบว่า
“ยินดีที่รู้จักนะ”
หรือจะบอกแบบเราก็ได้นะ
“nice to meet you”
ห้องที่เราเรียนเป็นห้องแอร์ ถ้าเราเรียนพาณิชย์ จะมีคอมพิวเตอร์ อยู่หลายเครื่อง โต๊ะกับเก้าอี้ก็มีจำนวนพอดีกับผู้เรียน เราพูดคุยกัน หาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก็จะสนิทสนมกันเอง
วิทยาลัยของเรามีบริเวณอณาเขตที่กว้างขวางมีประตูทางเข้าและออกอย่างละฝั่ง ด้านข้างมีบึงขนาดเล็กๆ ด้านหลังของวิทยาลัยมีบึงเอาไว้เลี้ยงปลา มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อนๆ ของผมในห้องมีชายและหญิง ตึกเรียนมีสี่อาคาร ตึกของเราคือ ‘บริหารธุรกิจ’ ถ้าเป็นนักเรียนชายชายจะแต่งกายเสื้อเชิตแขนสั้นสีขาว กางเกงสแล็ค เข็มขัดวิทยาลัย รองเท้าหนังหรือผ้าใบแต่ผมเองเคยมีเพื่อนเป็นกะเทยด้วย ผมเองก็อมยิ้ม ถ้าเป็นนักเรียนหญิงก็สวมเสื้อสีขาว มีเข็มกลัดของวิทยาลัย กระโปรงนักศึกษาสีดำ เข็มขัดวิทยาลัย รองเท้าคัดชูสีดำ เห็นจนชินตา เพื่อนๆ บางคนนั้นย้ายจากที่นี่ไปเรียนที่อื่นก็มี และเวลาเรียนก็เดินไปที่ห้องเรียนอื่น เพื่อนๆ บางคนก็แต่งหน้าทาปากผมเองก็เข้าใจนะ เรามีเพื่อนก็ต้องปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

๒อาจารย์ผู้ใจดี
เคยไหมตอนเรามีปัญหา มักจะมีอาจารย์คอยแนะนำอยู่เสมอ ในเมื่อยามใดเราไม่เข้าใจเรามักจะถามอาจารย์ได้ อย่าว่าแต่วิทยาลัยเลย มหาวิทยาลัยก็เช่นกัน อาจารย์คือผู้อบรมสั่งสอนพร้อมชี้แนะนำทางให้เราไปถึงฝั่งฝัน ถ้าเราไปถึงฝั่งฝันเราควรภูมิใจที่มีอาจารย์ดี ชีวิตเราก็จะดีไปด้วย 
ผมก็เคยเจอนะ อาจารย์ผู้สอนที่ดีพอเวลาเราไม่มีกลุ่มอาจารย์จะเรียกเพื่อนอีกกลุ่มชวยเข้ากลุ่มด้วย ถ้ามีมิตรดีๆ 
แต่บางคนเคยช่วยอาจารย์เอาเอกสารไปไว้เพื่อได้คะแนนจิตพิสัยก็มี บางคนสนิทกับอาจารย์คนนี้บ้างก็มี บางคนไม่ค่อยชอบ อาจารย์บางท่านก็มี
เหมือนผมเองก็เคยเจออาจารย์คนหนึ่งดูป้ำๆเป๋อๆ ให้คะแนนคนที่ไม่เข้าเรียน แต่คนที่เข้าเรียนกลับได้ไข่ต้ม(เอาไข่ต้มไปกินซะนะนัฐพล) ผมเองก็เลยงงทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ ไม่เคยเจอ
แต่ผมชอบอาจารย์วิชาหนึ่งคือ ‘ภาษาอังกฤษ’ เพราะต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่มีเพื่อนของผมคนหนึ่งแซวอาจารย์ อาจารย์คนนี้ สวมแว่น ผมสั้น ดูสุภาพ อาจารย์คนนี้เคยบวชเป็นพระมาก่อน อาจารย์ชื่อแห้ว สมชื่อ จริงๆ แล้วอาจารย์ชื่อสมหวัง เพื่อนๆ พากันแซวอาจารย์แห้ว ผมเองอมยิ้มที่เขาแซวก่อนเปลี่ยนเป็นมาดเข้ม อาจารย์คนนี้ก็สอนสนุกมากๆ เลย ผมเองก็ชอบนะในเวลานั้นเป็นเวลาที่เราประทับใจมากๆ เลย

 

๓เพื่อนที่ดีที่สุด
ผมเองเคยมีเพื่อนที่ดีที่สุดมาหลายคน เหมือนตอนสมัยเรียนมัธยมมีเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ชื่อ วานิช  เขาเป็นคนดีมากๆ ส่วนวิทยาลัยก็มีเช่นกัน เพื่อนเราคนนี้ มีรูปร่าง อวบอ้วน ผมยาว ผิวคล้ำออกดำ เขาคุยเก่งมากๆ และที่สำคัญจิตใจดี เขาคอยเป็นห่วงผมมาก เขาชื่อ นิรภา  (ปัจจุบันเขาเสียชีวิตไปแล้ว) เขาคอยบอกผม ผมเองก็เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน เพื่อนๆ ในห้องของผมเป็นคนดี ผมคิดถึงภาพวันเก่าๆ ที่เราเคยเรียน เคยคุยกัน เคยอยู่ด้วยกัน ในปัจจุบันผมก็ยังคิดถึงเขาทุกครั้ง ถ้าชาติหน้ามีจริงผมกับเขาจะเป็นเพื่อนกันอีก ผมเชื่อเลยว่าไม่มีใครคนไหนที่อยากจะคบเพื่อนเลว ถ้าคบเพื่อนเลวเขาจะพากันไปลองยาเสพติดบ้างหรือข่มขืนคนอื่นบ้างผมหวังว่าผู้อ่านคงอยากมีมิตรภาพที่ดีละนะครับ

๔การฝึกงานในช่วงฤดูร้อน
หลังจากการเรียนเสร็จแล้วในช่วงปิดเทอมใหญ่ของระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปี2 จะต้องมีการฝึกประสบการณ์ แล้วทำไมต้องมีการฝึกงานละ เพราะเราเรียนจบออกไปหาทำงาน เขาจะสัมภาษณ์งานว่า ‘คุณทำอะไรเป็นบ้าง ใช้คอมพิวเตอร์เป็นไหม หรือคุณเรียนจบอะไรมา’ ผมเองก็เข้าใจนะการฝึกหาประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องดีพอเรียนจบไปเราก็จะได้ทำงานให้คนอื่นได้ดี เช่น เจ้านายสั่งให้เราพิมพ์งานเอกสาร หรือแม้แต่นายสั่งให้เราพิมพ์หนังสือราชการภายนอก เราก็ต้องพิมพ์พอพิมพ์เสร็จเขาใช้ให้เราไปซื้อข้าว หรือแม้แต่ให้ถ่ายเอกสารก็มี วิชานี้เป็นอีกวิชาหนึ่งในภาคบังคับ แล้วจะมีอาจารย์ผู้สอนมาประเมินผลว่า ‘แต่ละวันเราทำอะไร’ เราควรจะตอบว่า ‘ผมทำเอกสาร เขียนหนังสือราชการหรือแม้แต่การพูดคุยพี่ๆ ที่ทำงานเพื่อการเป็นมิตร พอเราฝึกเสร็จแล้ว เขาก็จะเก็บแบบประเมินผลให้อาจารย์ผู้สอนอีกด้วย บางที่ก็มีเพื่อนร่วมห้องของเรามาฝึกงานด้วย แต่วิชานี้ผมได้เกรด4นะ 

 

๕เรียนสนุก คิดให้เป็น
ในหลายๆ คนมักจะไม่ค่อยชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพราะน่าเบื่อมีแต่ตัวเลข สำหรับผมว่านะ คณิตศาสตร์เป็นการฝึกให้เราคิดวิเคราะห์ ถ้าเราเรียนจบออกมา เราจะเป็นพ่อค้า แม่ค้ามันก็ต้องเจอตัวเลขกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความสนุกของวิชาคณิตศาสตร์ไม่ใช่ว่าไม่มี มีเยอะเลย มีทั้งคิดเลขในใจ ตั้งโจทย์ปัญหาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ เผื่อว่าเราจะได้เรียนสนุกกับการคิดเลข ไม่ใช่แค่วิชาคณิตศาสตร์นะ ภาษาอังกฤษเริ่มจาก เอ บี ซี ไปจนถึงแกรมม่าก็ยังสนุก ภาษาไทยก็เช่นกัน ผมเห็นคนไทยบางคนใช้ภาษาไทยยังไม่ถูกก็มี สรุปเราเรียนไปด้วยต้องสนุกเหมือนเราเปิดเพลงไปด้วย ครูผู้สอนอาจมีเทคนิคในการสอน ‘สอนยังไงให้สนุก ไม่ให้ผู้เรียนเครียด หรือหลับจนน่าเบื่อ’ เขาก็คงมีเทคนิคในการเปิดเพลงฟังแล้วพูดตามไปด้วยยิ่งได้มีการฝึกทักษะทางด้านการพูด พอเวลาทำงานไป เราก็ทบทวนบทเรียนที่เราเคยเรียนมา 

๖สถานที่พักผ่อนหย่อนใจกับเพื่อนๆ
สถานที่ศึกษาใช่ว่าจะไม่มีสิ่งที่พักผ่อนหย่อนใจนั่นก็คือการปลูกผัก ผมเชื่อเลยว่าทุกวิทยาลัยนั้นมีแปลงปลูกผัก ผมเองก็ชอบพวกพืชสีเขียว(เป็นสีที่ชอบคือ เขียวกับขาว) ปลูกเสร็จก็เอาไปส่งขาย นี่แหล่ะคือวิถีชีวิตในการเรียนรู้ คุณเคยได้ยินคำว่าแปลงผักสาธิตเกษตรไหม นั่นแหล่ะคือแปลงปลูกผัก และมีเด็กหนุ่มจำนวนไม่น้อย คือ ‘การเล่นหมากฮอส’ ในตอนสมัยที่ผมเรียนอยู่เวลาว่างที่ผมจัเล่นกับเพื่อนๆ คือ การเล่นหมากฮอส เป็นการฝึกทักษะในการใช้ความคิดและการตัดสินใจ ถ้าคุณเดินฮอสถูกฝ่ายตรงข้ามจะเดินหลีกเลี่ยงไปจากฮอสของเรา ถ้าเราเดินผิดฝ่ายตรงข้ามจะกินฮอสของเรา  ผมเองก็มีความสุขนะที่ได้เล่นฮอสกับเพื่อนๆ ถือซะว่าเป็นการผูกมิตรไปในตัวด้วยละครับ
 หรือแม้แต่บางคนบอกว่าอยากเล่นคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ในสมัยนี้ หลายๆ คนบอกใช้งานอะไรบ้าง เด็กๆ บอกว่าเล่นเกม แต่ผมคิดว่ามากดว่าเล่นเกมคือทำงานเอกสารซะมากกว่า หรือบางคนเขียนโปรแกรม และรับงานจากที่อื่นมาทำ เช่นรับงานพิมพ์ แปลภาษา ทำสื่อการสอน ตัดต่อวีดิโอ หรือแม้กระทั่งนั่งเขียยหนังสือยังใช้คอมทำงาน นี่คือการพักผ่อนหย่อนใจครับ

๗สระน้ำด้านหลัง
ถ้าพูดถึงวิทยาลัยของเราคงหนีไม่พ้นคือ สระน้ำ คงไม่ต่างจากเรื่องHarry Potterเลยละ สระน้ำที่ผมขอกล่าวคือ สระน้ำที่มีบึงขนาดใหญ่ ด้านข้างเป็นป่าไม้ บึงนี้มีปลาจำนวนมาก ฤดูร้อนในสมัยก่อนไม่ค่อยร้อนแรงเท่าสมัยนี้ สมัยนี้ทำไมร้อนมากจนเราอยู่ไม่ไหว ผมนึกถึงเพลงท่ามกลางของ paradox ที่มีเนื้อร้องว่า ร้อนดั่งไฟแผดเผา ร้อนจนไม่มีเรา ทำให้ผมอดคิดไม่ได้เลยว่า สมัยก่อนร้อนก็จริงแต่ไม่ถึงกับแล้งจนพื้นดินแตกระแหง ส่วนหนึ่งที่เราเจอโลกร้อนเพราะฝีมือคนเราที่มีการเผา ตัดไม้ทำลายป่า ไม่ปิดไฟเมื่อไม่ใช้แล้ว จะทำให้ชั้นบรรยากาศโอโซนหายไปโลกเราเลยร้อน ร้อนอย่างกับอยู่ในนรกภูมิ ผมมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ที่วิทยาลัยนี้มีบึง ผมมักจะชอบไปดูที่บึงเพราะสงบดี ผมเองก็ชื่นชอบนะกับการมองน้ำที่นิ่งเปรียบเหมือนจิตใจเราสงบและเย็นดี และชอบมองดูปลาที่แหวกว่ายไปด้วย

๘ก่อนจากกัน
พอฝึกงานทุกอย่างจนเสร็จแล้วสถานีต่อไปคือการศึกษาจบนั่นเอง  ก่อนที่เราจะจบก็คือ การจากกันเพื่อแยกย้ายไปทำงานที่อื่น หรือบางคนนั้นก็ไปศึกษาต่อที่อื่น และยังมีอีกอย่างคือ โครงการจบ อันนี้ก็เป็นวิชาภาคบังคับที่เราจะต้องช่วยเพื่อนหาข้อมูลเนื้อหาที่อาจารย์ให้มา แล้วอาจารย์ก็จะตรวจดูว่าเราทำผิดตรงไหน ถ้าผิดก็ให้ไปแก้แล้วทำมาใหม่ เป็นรูปเล่ม บางอย่างก็เป็นเล่มหนา บางเล่มก็บาง ผมเองก็บอกไป
‘เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ’
‘ใช่ แล้วนายจะไปเรียนต่อหรือทำงานละ’
บางคนบอกว่าไปทำงานก่อนถึงค่อยเรียนต่อ บางคนทำงานก็เหมือนอย่างว่าเนอะ คนเราต้องไปหาเส้นทางของตัวเอง พอเลี้ยงตัวเองแล้วก็ต้องมีครอบครัว นี่หรือมนุษย์ ผมเองก็เข้าใจนะว่าคนเราจะพบเจอกันอีกหรือไม่
 บางคนก็เจอกันและทักทายกันผมก็อมยิ้มและดีใจที่ได้เจอกันอีก
 ผมซาบซึ้งมากที่เราได้เรียนจบ ผมซึ้งมากที่จะได้เจอเพื่อนๆ อีกครั้ง บทความนี้ประทับใจสำหรับผม ขอบคุณทุกอย่าง ขอบคุณอาจารย์ ที่ให้ความรู้มาสำหรับเรา