สักวันของเรา 6: ทางแสนไกล

สักวันของเรา (อ่านฟรีทุกตอน)

-A A +A

สักวันของเรา 6: ทางแสนไกล

            ขับรถไปส่งลูกค้ายังที่หมายเรียบร้อย หรรษดลจึงพาหลานมาส่งที่บ้าน หาพ่อแม่ซึ่งฝากเขารับลูกแทน และอยู่คุยกับอีกฝ่ายสักครู่ ก่อนจะมารู้ว่ามีลูกค้าบางคนลืมของทิ้งไว้เบาะหลัง แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาทวงของ อาจเป็นได้ว่าลูกค้ายังไม่รู้ตัว เขาขมวดคิ้ว พยายามนึกทบทวนว่าจะเป็นลูกค้าคนใดได้บ้างที่ลืมของไว้ จริงๆก็เพิ่งรับไปได้ไม่มากหรอก ชายหนุ่มพิจารณาอยู่นาน ก็ตัดสินใจต่อสายหาลูกค้ากลุ่มล่าสุดที่เพิ่งไปส่งมา เขาตั้งใจจะติดต่อหาลูกค้าทุกคนที่เพิ่งรับไปตอนเย็น เพราะช่วงเช้าเขาไม่ได้ออกวิ่งรถ เมื่อวานก็เช็กดีแล้วว่าไม่มีใครทิ้งของไว้ จะมาเจอก็ตอนเย็นนี่แหละ และถ้าให้ง่ายที่สุด ก็เริ่มไล่เบอร์ไปจากลูกค้ารายล่าสุดย้อนไปคนแรกจะดีกว่า

 

            ภายในห้องขนาดพอดีห้องหนึ่ง เตียงขนาดหกฟุตตั้งอยู่เกือบจะกลางห้อง ปลายเตียงโทรทัศน์จอแบนขนาดกลางถูกเปิดทิ้งไว้ แข่งกับเสียงน้ำในห้องน้ำที่บ่งบอกว่ากำลังมีคนอาบน้ำอยู่ และบนชั้นวางหน้าทีวีนั่นเอง เสียงสัญญาณเรียกเข้าของอะไรบางอย่างกำลังส่งเสียงมาจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ของเจ้าของห้อง มันดังอยู่อย่างนั้นสามรอบก่อนเงียบไป

            ด้วยความที่ร่างกายโดนฝนอยู่พอควร พอถึงห้องพราวจรัสจึงไม่คิดทำอย่างอื่นนอกจากรีบไปอาบน้ำสระผม ประกอบกับเหนียวตัวมาสักพักแล้ว การได้อาบน้ำจะช่วยให้เธอสบายตัวได้ดี ปกติถ้าไม่มีอะไรเร่งรีบ เธอมักใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมง ทั้งเล่นน้ำ และขัดตัว ทำให้กว่าจะออกมาเจอว่ามีคนพยายามโทรหาก็นานทีเดียว ไหนกว่าจะมาค้นกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มาเช็กอีกเล่า ส่วนตัวหญิงสาวชอบเล่นผ่านแม็กบุ๊กมากกว่า แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าคนอีกทางจะยังไม่ยอมล้มเลิกที่จะติดต่อเธอให้ได้

  “สวัสดีค่ะ” พราวจรัสกรอกเสียงทักทายออกไปก่อน

  “ของหรือคะ?..เอ...” เธอพูดออกมาหลังจากเงียบฟังคู่สายบอกธุระของเขาแล้ว ก่อนจะเดินไปดูที่ชั้นวางหน้าโทรทัศน์ว่าถุงใส่ของที่หิ้วมาอยู่ครบหรือเปล่า แต่ก็ไม่พบว่ามีอะไรหายไป

  “ของหนูอยู่ครบนะคะ แต่ยังไงจะลองไปถามเพื่อนให้อีกทีค่ะ พี่แกร๊บมีธุระอื่นอีกไหมคะ จะถือสายรอหรือวางก่อนดีคะ เดี๋ยวหนูจะไปถามให้เลยค่ะ ถ้าพวกมันยังไม่นอนคงได้เรื่องวันนี้แหละ” พอปลายสายบอกจะถือสายรอ เธอจึงรีบเปิดประตูออกไปเคาะห้องเพื่อนที่อยู่ไม่ไกลกันมากทันที ก่อนได้ความว่า เพื่อนหนึ่งในสองลืมของไว้บนรถแกร๊บจริงๆ

  “แกรีบใช้ของไหม” พราวจรัสหันไปถามเพื่อน

  “ไม่น่านะ ทำไมหรือ?”

  “บ้านพี่แกร็บอยู่ไกลจากหอเรา ถ้าแกไม่รีบใช้ พี่เขาจะขอเอามาให้พรุ่งนี้เช้าๆ ตอนนี้พี่เขาเข้าบ้านแล้ว”

  “ได้ๆ ยังไงให้พี่แกร๊บติดต่อแกเลยนะ และฝากแกเอาของแทนด้วย ยังไงแกก็ชอบลงไปซักผ้าตอนเช้าๆอยู่แล้วใช่ปะ”

  “ตามนั้น” พราวจรัสตกลงกับเพื่อนสาว ก่อนจะหันมาคุยกับคนขับแกร๊บต่ออีกเล็กน้อยจึงวางสาย

 

            รถเก๋งสีเขียวมะนาวแล่นออกจากหอพักเสน่ห์ธารามุ่งสู่ถนนใหญ่ ปลายทางต่อไปคือสุสานฝังศพผู้มีพระคุณของพราวจรัสซึ่งไม่ได้มาไหว้หลายปีเพราะเป็นคนต่างจังหวัด พอมีโอกาสได้มาเรียนที่นี่ มีเวลาว่างก็อยากไปไหว้ท่านสักหน่อย เห็นว่าหรรษดลเอาของมาให้ที่หอพักพอดี หญิงสาวจึงถือโอกาสจองตัวเหมารถไปทำธุระช่วงบ่ายเสียเลย สุสานดังกล่าวเธอเคยไปแค่สองครั้ง จำเส้นทางไม่ได้มาก แต่ก็ติดต่อขอให้ญาติของคนที่เธอจะไปไหว้หลุมศพส่งแผนที่มาให้แล้ว วันนี้วันหยุดนักขัตฤกษ์หรรษดลไม่มีงานอื่นอยู่แล้วจึงรับหน้าที่ตรงนี้ได้ ต่อเมื่อถึงเวลานัดหมายก็มารับเธอออกไป

  “น้องรีบมากไหมครับ” หรรษดลดูแผนที่ที่ลูกค้าสาวส่งให้พลางถาม

  “หนูว่างทั้งวันค่ะ ไปสุสานก็แค่จะไปไหว้หลุมศพผู้มีพระคุณแหละ พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอสงสัยในคำถามของเขา

  “เปล่าครับ ถ้ารีบผมจะได้เร่งเวลาขับรถหน่อยเท่านั้น”

  “ไม่รีบค่ะ ค่อยๆ ขับไปก็ได้”

      รถมุ่งหน้าไปตามแผนที่แทบไม่มีอะไรติดขัด แผนที่ค่อนข้างชัดเจนไม่ชวนสับสนเกินไป แต่ก็มีบางจุดหรรษดลไม่ค่อยคุ้นเคยก็จำเป็นต้องอิงแผนที่เอา ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวย จนกระทั่งขับรถไปได้ระยะหนึ่ง แผนที่ก็พาเข้ามาในซอยสลับซับซ้อนเรียงรายด้วยตึกราสลับกับบ้านเป็นหลังใกล้ๆกัน ขับลึกเข้าไปเรื่อยๆ เขาเริ่มสังเกตเห็นหมอกควันลอยคลุ้งมาจากด้านหนึ่งดูผิดปกติ แต่เส้นทางบนแผนที่ยังบอกให้ขับต่อไป

  “ควันอะไรน่ะคะพี่?” พราวจรัสสังเกตได้เช่นกันจึงทักขึ้น ก่อนพวกเขาจะเห็นพวกชาวบ้านวิ่งหนีหน้าตั้งออกมาจากในซอยพร้อมเสียงโหวกเหวกเซ็งแซ่

  “หนี! หนีเร็ว! หนีเร็ว!”

            ตอนนั้นหรรษดลตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าซอยข้างๆ เพื่อหาทางกลับรถออกมาแล้ว ผู้คนในชุมชนเริ่มพากันวิ่งวุ่นแตกตื่นไปทั่ว ใครคว้ามอเตอร์ไซค์ทันก็บิดหนีสุดชีวิต และไม่นานนักเสียงระเบิดของอะไรบางอย่างก็ดังสนั่นจนน่าวิตก พราวจรัสร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ ขณะที่คนคุมพวงมาลัยพยายามเร่งเครื่องเต็มที่เท่าที่จะทำได้ พร้อมกับระวังพวกชาวบ้านที่หนีตายมาทางเดียวกันด้วย บางคนก็แทบไม่ได้ระวังรถ ดีที่เตรียมรับมือแต่แรกจึงเลี่ยงอุบัติเหตุไปได้ ถึงอย่างนั้นการออกมาจากจุดดังกล่าวก็ทุลักทุเลมากอยู่

  “พี่!!!” พราวจรัสร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับปาดหน้าไปฉิวเฉียดจนฝ่ายนั้นเกือบล้ม ชายหนุ่มเหยียบเบรกไว้ได้ทันแต่หัวเกือบทิ่ม ดีที่ทั้งสองคนรัดเข็มขัดเรียบร้อย พอเห็นมือแว้นพุ่งต่อไปได้อย่างปลอดภัยก็ต่างถอนหายใจโล่งอก

 

            เสียงสัญญาณรถพยาบาล รถดับเพลิง และรถกู้ภัยดังไปทั่วบริเวณบอกให้คนรอบข้างรู้ว่าเหตุฉุกเฉินร้ายแรงได้เกิดขึ้น ก่อนเจ้าของเสียงจะแล่นฉิวสวนทางผ่านรถที่สองหนุ่มสาวนั่งไป หรรษดลพารถออกห่างจากจุดอันตรายมาพอควรแล้ว ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลังให้คนมีหน้าที่รับผิดชอบจัดการไป แม้จะตกใจกับเรื่องที่พบพอควร แต่ก็สามารถประคองสติผ่านพ้นมาได้ และไม่ลืมหันไปถามไถ่คนร่วมทางอย่างห่วงใย

  “เป็นยังไงบ้างครับ? จะไปต่อหรือกลับหอน้องก่อนดีครับ”

  “อีกไกลไหมคะจะถึงสุสาน” พราวจรัสไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับถามไปอีกเรื่อง

  “เราคงต้องเปลี่ยนเส้นทางครับ”

            ได้ยินแบบนั้นพราวจรัสก็ทำหน้าคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

  “งั้นหนูขอถามญาติผู้มีพระคุณอีกทีก่อนนะคะว่ามีทางอื่นอีกไหมที่จะเข้าไปถึงสุสานได้ และจะปลอดภัยหรือเปล่า”

 

            กว่าจะไปถึงสุสานและกลับมาถึงหอก็ค่อนข้างดึกแล้ว เพราะเจอฝนตกขากลับเกือบตลอดทาง ดีที่ไม่มีอะไรวุ่นวายมากกว่านี้ ไม่งั้นพราวจรัสคิดว่าคงต้องเข้าวัดเสดาะเคราะห์การใหญ่ พอเปิดประตูเข้าห้องมาได้ก็ล้มตัวเอนลงเตียงทันที เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่หรอก จะเพลียใจกับสถานการณ์พาให้ตื่นตัวตลอดมากกว่า ถึงเป็นคนไม่ค่อยกลัวอะไร แต่เฉียดตายมานี่ก็พาใจหล่นไปที่ตาตุ่มได้เหมือนกัน ไหนจะแบ็ตโทรศัพท์หมด ฝนตกฟ้าร้องตอนอยู่สองต่อสองบนรถกับคนแปลกหน้าอีกเล่า ทว่าโล่งอกที่จนถึงหอพักทุกอย่างก็ยังเรียบร้อยดี

 

  “หะโหลครับ ผมอยากสอบถามเรื่องพัสดุของนายหรรษดล...หน่อยครับ พอดีผมเพิ่งเช็กว่าตอนนี้ของถึงปลายทางแล้ว แต่ผมไม่เจอพัสดุที่บ้านเลยครับ ผมถามคนที่บ้านก็บอกไม่มีพัสดุถึงผม ไม่ทราบว่าพี่ส่งพัสดุที่บ้านเลขที่...ถูกต้องนะครับ” เป็นเพราะเขาประมาทเองที่มัวแต่ทำงานจนลืมโทรเช็กกับทางบ้านว่าของที่เพื่อนส่งมาให้ถึงแล้วหรือยัง ซึ่งปกติเวลามีของส่งไปรษณีย์มาทุกครั้งก็ไม่เคยมีปัญหา กลับมาดูที่บ้านอีกทีจึงรู้ว่าของหายไปจนต้องรีบติดต่อหาบุรุษไปรษณีย์คนส่งพัสดุ ทว่าเวลานี้ก็ค่ำแล้ว สำนักงานไปรษณีย์พักทำการ เจ้าหน้าที่ส่งของจึงขอเลื่อนไปเช็กให้พรุ่งนี้แทน

  “หะโหลครับ พี่เอาของไปส่งที่บ้านเลขที่...หรือครับ บ้านผม...ครับ หน้าพัสดุเขียนเป็นอีกเลขหรือ แล้วทางนั้นว่ายังไงครับ งั้นพี่รอผมที่นั่นก่อนได้ไหม เดี๋ยวผมไป เพราะของค่อนข้างสำคัญมากอยู่ ผมจะไปคุยกับเจ้าของบ้านอีกทีด้วย”

 

            รถสีเขียวมะนาวคู่ใจแล่นเข้าไปจอดริมรั้วหน้าบ้านเป้าหมาย สังเกตดูปากทางเข้าป้ายบ้านเลขที่เด่นหราชัดเจน ตัวเลขสามตัวนั้นสองตำแหน่งหลังสลับกับบ้านเลขที่ของเขาเล็กน้อย น้อยจนไม่แปลกใจที่พัสดุจะถูกนำไปลงผิดที่ได้ แต่ที่ค้างคาใจก็คือ เหตุใดเจ้าของบ้างหลังนี้บอกว่าไม่ได้รับพัสดุทั้งที่บุรุษไปรษณีย์ยืนยันว่าส่งที่นี่จริงๆ หรือเขาแกะกล่องดูแล้วทราบว่าเป็นอะไรจึงแอบเก็บเงียบไว้อ้างว่าไม่มี

  “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเจ้าของบ้านที่นั่งรออยู่กับบุรุษไปรษณีย์ยกมือไหว้ทักทายทันทีอย่างรู้มารยาท ทว่าสิ่งที่ทำให้หรรษดลต้องชะงักก็คือเธอหน้าเหมือนใครบางคนที่เคยพบกันเมื่อปีก่อน

  “พัสดุพี่หายหรือคะ เห็นว่าพี่คนส่งของบอกเมื่อวานเอาของมาส่งที่นี่ และเพิ่งรู้ว่าส่งผิดตอนค่ำ ก็เลยจะมาตามของให้”

  “ครับ” เขารับคำสั้นๆ พยายามประเมินท่าทีของหญิงสาวเจ้าของบ้านอย่างละเอียด แต่ถ้าเธอเป็นคนเอาของไปจริงก็คงน่าเสียดายที่เธอเป็นคนแบบนั้น

  “เมื่อวานไม่มีใครอยู่บ้านนะคะ พราวเพิ่งกลับถึงบ้านตอนหกโมงนิดๆ พี่ชายหนูตอนนี้ก็ป่วยอยู่โรงพยาบาล ปกติพี่ชายก็อยู่คนเดียว หนูเพิ่งกลับมาจากฝึกงานต่างจังหวัดเลยค่ะ แต่ถ้าพี่ไปรษณีย์ยืนยันว่าเมื่อวานส่งของที่นี่จริงๆ เดี๋ยวพราวลองถามคนแถวนี้หรือพี่ชายให้ค่ะว่าเมื่อวานมีใครอยู่บ้านหรือรับของหรือเปล่า” พราวจรัสตอบกลับชายหนุ่มเจ้าของพัสดุด้วยอาการปกติ ซึ่งแน่นอนว่าเธอบริสุทธิ์ใจ ก็เมื่อไม่เคยจับหรือเห็นพัสดุกล่องนั้นจริงๆ

  “งั้นผมขอเบอร์ติดต่อคุณไว้ถามข่าวหน่อยแล้วกันครับ พอดีของชิ้นนั้นมันสำคัญมากอยู่”

  “ยินดีค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มเปิดเผย ก่อนบอกเลขสิบหลักให้อีกฝ่ายบันทึกไว้ หรรษดลบันทึกเบอร์ไว้ในเครื่องเรียบร้อยก็กดโทรออกเพื่อเช็กทันที ไม่นานนักเสียงสมาร์ทโฟนทางหญิงสาวก็ดังขึ้น เขาเห็นเธอยกมันขึ้นมาดูหน้าจอเดี๋ยวหนึ่งก็เงยหน้ามาถาม

  “เบอร์พี่หรือคะ...” เธอเอ่ยตัวเลขสิบหลักที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาฟัง

  “ครับ ถ้าได้เรื่องยังไงติดต่อผมเบอร์นี้ได้เลย”

            ชายหนุ่มเจ้าของพัสดุล่องหนกลับไปแล้ว เหลือเพียงพราวจรัสที่ยังยืนดูหน้าจอเจ้าสี่เหลี่ยมแบนในมือด้วยหัวใจเต้นตึกตัก เธอจำได้แม่น ปีก่อนมีโอกาสได้เจอกับคนขับแกร๊บคนหนึ่ง และผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาด้วยกันจนจำขึ้นใจ ตอนนั้นบันทึกเบอร์เขาไว้เพราะขอให้เขาพาไปส่งที่สุสานฝังศพผู้มีพระคุณจะได้ติดต่อกันสะดวก ไม่คิดว่าวันนี้จะได้พบกันอีกในสถานการณ์ประหลาดแบบนี้

 

สารบัญ / นำทาง

แสดงความคิดเห็น

 
 

ข้อควรทราบ เนื่องจากผู้ดูแลหลักของเว็บไซต์เป็นคนตาบอด หากพบการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนและสร้างความไม่สะดวกต่อการใช้งาน โปรดแจ้งทีมงานได้ในทุกช่องทาง

เราอยากให้สมาชิกทุกท่านอยู่กันอย่างครอบครัวที่อบอุ่น ให้สังคมภายในเว็บ เป็นสังคมที่ดี ดังนั้น สมาชิกทุกท่านโปรดเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น

ผลงานที่ถูกเผยแพร่บนเว็บ ให้ถือว่าลิขสิทธิ์เป็นของผู้เผยแพร่เอง ห้ามมิให้บุคคลอื่นนำไปเผยแพร่ ก็อปปี้ หรือนำไปดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืน แล้วถูกดำเนินคดีจากเจ้าของผลงาน ทางเว็บมิขอเกี่ยวข้อง เพราะได้แจ้งเตือนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว

หากพบบทความที่มีเนื้อหาไปในทางใส่ร้ายผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย แจ้งเข้ามาได้ตามช่องทาง Email keangun2018@gmail.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางทีมงาน จะทำการตรวจสอบ และหากเป็นจริง จะนำผลงานดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ ไม่เกิน 1 วัน

Copyright © 2018-2024 keangun. All Right Reserved.