บทที่ 267 จะทำตามสัญญา...

พ่ายเกมสวาท

-A A +A

บทที่ 267 จะทำตามสัญญา...

หมวดหนังสือ: 

มาคินทร์มองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยดวงตาที่พร่ามัว หัวใจที่แม้จะสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด แต่กลับต้องทำใจแข็งเพ่งตามองไปยังน้องชาย เพื่อที่อย่างน้อยในวาระสุดท้ายจะทำให้น้องชายของเขาไม่ต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยว

 

เขาที่จ้องมองจวบจนกระทั่ง แสงแห่งชีวิตสุดท้ายที่มักจะฉายอยู่ในดวงตาของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของเขาจะค่อย ๆ ดับมอดลงไป พร้อมกับเปลือกตาที่คล้ายกับไร้ซึ่งแรงฝืน และเมื่อขนตาบนและขนตาล่างได้บรรจบกัน ก็เป็นอันว่า...ทุกอย่างได้จบสิ้นลงแล้ว...

 

เขาที่แม้จะอยู่ในสถานะแพทย์ ผู้ที่ซึ่งรู้ดีเกี่ยวกับวัฏจักรของการเกิดแก่เจ็บตายมากแค่ไหน และเข้าใจกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมากเพียงใด แต่ทว่า...ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความสูญเสียแบบนี้ มันมักจะกัดกินหัวใจของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าแพทย์อย่างเขาเสมอ

 

โดยเฉพาะ...เมื่อคนตรงหน้าดันเป็นคนรู้จัก เป็นญาติสนิทมิตรสหาย เป็นเพื่อน เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่เป็นน้อง หรือแม้กระทั่งเป็นคนที่รัก ความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่เกิดขึ้นนั้นมันก็มักจะมากกว่าปกติเสมอ และยิ่งเมื่อครั้งนี้ การสูญเสียมันดันเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นน้องชายเพียงคนเดียวของเขา คนที่มีสายเลือดเดียวกัน คนที่แม้จะตั้งแง่รังเกียจเขามาเสมอ แต่เพราะเรื่องราวที่เขาได้รับรู้ มันกลับทำให้เขาลืมความแค้น ลืมความเกลียดที่ผ่านมาจนหมดสิ้น และคงเหลือไว้เพียงแต่ความเสียดายและสงสาร เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งสองคนจะมีสายใยความเป็นพี่น้องอยู่เพียงแค่ครึ่งเดียวก็ตาม แต่ทว่า...เมื่อสูญเสียคนที่ขึ้นชื่อว่าน้องไป มันก็มากพอที่จะทำให้ความหดหู่ที่เกิดขึ้นนี้เพิ่มขึ้นเป็นพันเท่าคูณทวี

 

ดวงตาสีดำที่ถูกเปลือกตาปิดแนบสนิท มือที่ตกอยู่ข้างกาย ร่างทั้งร่างที่ปล่อยไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ความว่างเปล่าโดยแท้จริงที่เกิดขึ้น ทำให้ความรู้สึกที่แผ่ซ่านดูกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับร่างไร้ซึ่งวิญญาณ ของคนตรงหน้า

 

ความเจ็บปวดและความรู้สึกหลากหลายทำให้ดวงตาของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เริ่มมีน้ำใสเออคลอ จากนั้นก็ทยอยไหลออกมา พร้อมกับความรู้สึกนึกคิดที่ว่า ถ้าหากไม่มีผู้ใหญ่คอยเสี้ยมคอยยุยงให้เกลียดกัน ป่านนี้เขากับน้องชายคนนี้ ก็น่าจะเป็น...เป็นยิ่งกว่าเพื่อนซี้...

 

แต่ทว่าบัดนี้...คงเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความเจ็บปวดของคนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น...

 

เขามองไปที่ร่างของน้องชายและได้แต่หวังในใจว่า เส้นทางที่น้องชายของเขากำลังจะเดินทางไป จะใจดีกับน้องของเขาบ้าง หรือแม้กระทั่งถ้าหากมีโอกาสที่เขาสองพี่น้องได้พบกันอีกสักครั้งจริง เขาก็ขอให้อย่าได้เป็นศัตรูกันอีกเลย และอย่างน้อยถ้าหากพวกเขาได้มีโอกาสพบกันจริง ๆ ในโลกหน้า เขาก็ขอให้เขากับน้องชายคนนี้ได้มีโอกาสกอดคอกันเดิน ได้วิ่งเล่นด้วยกัน และได้เป็นพี่น้องที่รักกันบ้างก็ยังดี...

 

ดวงตาสีดำที่แดงก่ำสั่นระริกเต็มไปด้วยความเสียใจ ก่อนที่เขาจะยืนยันในคำมั่นสัญญาสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่สั่นเครือ เอื้อนเอ่ยออกไปอีกครั้งว่า...

 

“มึงไม่ต้องห่วงนะไอ้เมฆ...กูจะทำตามสัญญา...”

 

--- เอลิซ Talk ---

 

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสงบลง ฉันที่ยังหวาดกลัวและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคล้ายกับเกิดอาการช็อกชั่วขณะ เสียงกระสุนที่ผ่านหน้าฉันไปยังด้านข้าง อีกทั้งเลือดที่กระเซ็นเปียกเรือนผมของตัวเอง มันทำให้ฉันคิดว่าตัวเองได้ตายตามคนร่างโตไปแล้ว

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างทั้งร่างของฉันได้ร่วงลงไปตามคนร่างใหญ่ที่ถูกยิง เสี้ยววินาทีที่ฉันเผลอคิดว่าเลือดที่กระเซ็นเป็นเลือดตัวเอง ความตกใจที่แทบจะร้องไม่ออก และถ้าไม่ได้อ้อมกอดที่คุ้นเคยโอบกอดปลอบประโลมเอาไว้ ฉันคงได้สติแตกแน่ ๆ

 

“เวลา....”

 

เสียงของมาคินทร์ที่ขานเวลาตายของเมฆินทร์น้องชายของเขา เรียกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์หันกลับไปมองร่างที่นอนหมดลมหายใจ ฉันที่รู้สึกสงสารเขาจับใจ เพราะถ้าไม่นับการกระทำอันเลวร้ายของเมฆินทร์ที่ผ่านมา ในฐานะผู้หญิงที่ได้รับความรักจากเขาอย่างฉัน เมฆินทร์ก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่อบอุ่น และดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

แต่ทว่า...เพราะความรักที่เกิดมาจากการดันทุรัง ความรักที่อยากจะครอบครองโดยไม่สนถึงหัวใจและความรู้สึกของอีกคน ความรักที่เจ็บปวดแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่เคยจบสวยเลยสักคน นั่นก็เพราะว่าถ้าไม่เจ็บแบบตายทั้งเป็น ก็คงต้องจบแบบไร้ลมหายใจ...

 

ฉันมองไปที่ร่างไร้ลมหายใจของเขาด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย พร้อมกับนึกขอบคุณเขาที่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับฉัน เขาที่ยังดูแลฉันดี อีกทั้งยังดีกับลูกในท้องของฉันอีกด้วยโดยที่ไม่นึกรังเกียจพวกเขา ฉันที่เอ่ยขอบคุณและอโหสิกรรมต่อเขาในใจ ก่อนที่ตัวเองจะซบลงไปที่อกของผู้ชายที่ฉันรักและโหยหาด้วยความคิดถึงมาโดยตลอด

 

แต่ทว่า...ภายใต้อ้อมแขนของชายตรงหน้าที่กำลังโอบกอดฉันอยู่ เขาที่แม้จะกระชับอ้อมแขนเอาไว้แน่น แต่ทว่า...การหายใจที่เร็วและแรงจนผิดสังเกต มันก็ทำให้ฉันอดรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้

 

การแสดงออกทางกายของเขา มันกระตุ้นให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขายังคงมีความขุ่นเคืองอยู่ในใจ อีกทั้งยังความคลาดแคลงใจเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้เขาฉุดขาดจนกระทั่งลงมือฆ่าเมฆินทร์ไปเมื่อครู่ 

 

รังสีที่เขาแผ่ซ่านออกมาจากกายของเขานั้น แม้จะทำให้ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่น แตทว่า...ก็กลับระคนไปด้วยความหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

 

“ฮะ...เฮีย” ฉันเอ่ยเรียกเขาด้วยเสียงอันแผ่วเบา และสั่นไหว

 

ส่วนเขาที่แม้จะโอบกอดฉัน และดูจะหวงแหนฉันมากเพียงใด แต่ทว่า...เขากลับไม่ก้มหน้าลงมามองฉันหลังจากที่ฉันส่งเสียงเรียกเขาเลย แต่เขากลับส่งสายตาจับจ้องไปที่ร่างไร้วิญญาณของเมฆินทร์ด้วยสายตาที่ยังคงคุกรุ่นแทน และด้วยความหวั่นใจของฉัน ก็ทำให้ฉันทำใจดีสู้เสือเอ่ยเรียกเขาอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

 

“เฮียค่ะ...” ฉันเรียกออกไปอย่างระมัดระวัง และพยายามเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยังใบหน้าคมเข้มที่ดูเหนื่อยล้าของเขา

 

เขานิ่งเงียบหลังได้ยินเสียงเรียกอีกครั้ง ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงเขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ คล้ายกับว่าเขาต้องการปรับอารมณ์ตัวเองให้กลับมาคงที่ดังเดิมเสียก่อน จากนั้นเขาถึงได้ตอบรับคำของฉัน และนั่นก็ทำให้ฉันเบาใจลงได้เล็กน้อย

 

“อืม...ไปกันเถอะ ไอ้มาคินทร์ ไอ้กิต ฝากจัดการที่นี่ด้วยกูจะพาเอลิซกลับบ้านก่อน” คุณเซฟเอ่ยพูดกับฉันเพียงประโยคสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะหันไปฝากฝังที่เหลือกับพี่กิตและคุณมาร์ค

 

“ได้ครับนาย / เออ เดี๋ยวกูจัดการที่เหลือเอง” พี่กิตและคุณมาร์คเอ่ยตอบกลับมาพร้อมกัน อีกทั้งยังพยักหน้าเป็นเชิงรับคำ

 

จากนั้นคุณเซฟก็ได้โอบประคองพาฉันเดินมายังรถของเขาที่ลูกน้องเอามาจอดรอที่หน้าบ้านเมฆินทร์อยู่ก่อนแล้ว

 

และเมื่อเราสองคนขึ้นไปบนรถ อาการคลั่งของคุณเซฟที่กักเก็บเอาไว้ก็ปะทุขึ้นทันที...

สารบัญ / นำทาง

แสดงความคิดเห็น

 
 

ข้อควรทราบ เนื่องจากผู้ดูแลหลักของเว็บไซต์เป็นคนตาบอด หากพบการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนและสร้างความไม่สะดวกต่อการใช้งาน โปรดแจ้งทีมงานได้ในทุกช่องทาง

เราอยากให้สมาชิกทุกท่านอยู่กันอย่างครอบครัวที่อบอุ่น ให้สังคมภายในเว็บ เป็นสังคมที่ดี ดังนั้น สมาชิกทุกท่านโปรดเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น

ผลงานที่ถูกเผยแพร่บนเว็บ ให้ถือว่าลิขสิทธิ์เป็นของผู้เผยแพร่เอง ห้ามมิให้บุคคลอื่นนำไปเผยแพร่ ก็อปปี้ หรือนำไปดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืน แล้วถูกดำเนินคดีจากเจ้าของผลงาน ทางเว็บมิขอเกี่ยวข้อง เพราะได้แจ้งเตือนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว

หากพบบทความที่มีเนื้อหาไปในทางใส่ร้ายผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย แจ้งเข้ามาได้ตามช่องทาง Email keangun2018@gmail.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางทีมงาน จะทำการตรวจสอบ และหากเป็นจริง จะนำผลงานดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ ไม่เกิน 1 วัน

Copyright © 2018-2024 keangun. All Right Reserved.