คนที่ทำตัวนิ่งๆ ไม่ได้แปลว่า “ไม่รู้อะไร” แต่แค่เป็นคน “คิดก่อนพูด”

-A A +A

คนที่ทำตัวนิ่งๆ ไม่ได้แปลว่า “ไม่รู้อะไร” แต่แค่เป็นคน “คิดก่อนพูด”

ในที่ทำงาน หรือในกลุ่มเพื่อน เชื่อว่าคงจะมีคนประเภทที่ว่า ชอบทำตัวนิ่งๆ คล้ายว่าไม่รับรู้อะไร หรือไม่ก็หัวเราะกับทุกเรื่องราว เออออกับเพื่อนไปเสียทุกอย่าง จนทำให้คนรอบข้างมักมองข้ามอยู่เสมอๆ เพราะคิดว่าคนแบบนี้คงไม่รู้เรื่องอะไร

ที่จริงแล้ว หากเราคิดในทางกลับกัน คนที่มีการแสดงออก หรือมีนิสัยแบบนี้ เขาอาจจะรู้เรื่องราวหลายๆ เรื่อง มากกว่าคนที่มักแสดงตัวว่า “ฉันรู้ทุกอย่าง” ก็เป็นได้ เพียงแค่บุคคลเหล่านั้นไม่อยากทำตัวให้โดดเด่น และไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำตัวเหมือนสนใจทุกอย่าง หรือรู้เรื่องทุกอย่างไปเพื่ออะไร เพราะทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับตัวเอง

คนที่ฉลาดจริงๆ มักจะไม่แสดงตัวว่าตัวเองฉลาด แต่เขาจะทำตัวนิ่งๆ คอยมองดูความเป็นไปของคนรอบตัว พูดเท่าที่จำเป็น แนะนำคนอื่นเท่าที่จำเป็น เพราะถ้ารู้มากพูดมาก แทนที่จะนำประโยชน์มาสู่ตัวเอง จะกลายเป็นการสร้างศัตรูหรือนำปัญหามาให้ตัวเองเสียมากกว่า

อย่าลืมว่าเรื่องบางเรื่อง สำหรับคนบางคน หรือสถานที่บางที่ การรู้แล้วไม่พูดออกมาถือว่าดีที่สุด เพราะถ้าพูดออกมาแล้ว เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเรื่องที่เราพูดมันจะไปสร้างปัญหาให้ใครบ้าง แล้วถ้าปัญหามันเกิดขึ้นเพราะเรื่องที่เราพูด คนที่เขามีปัญหา ก็จะพลอยมาโกรธเราเสียเปล่าๆ

ดังนั้นการ “รู้ในสิ่งที่พูด” กล่าวคือตระหนักรู้เสมอว่าเราพูดเรื่องนี้ออกไปจะดีหรือเปล่า จะกระทบกับใครมั้ย ที่สำคัญจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองหรือเปล่า จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงและควรปฏิบัติ

ส่วนการ “พูดในสิ่งที่รู้” กล่าวคือ พูดทุกอย่างที่ตัวเองรู้ออกไปหมด โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา จึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและบอกตัวเองเสมอว่าไม่ควรทำ

ก่อนที่เราจะพูดอะไรออกไป เรายังถือว่าเป็น “นาย” ของคำพูด

แต่เมื่อเราพูดออกไปแล้ว คำพูด จะกลายมาเป็น “นาย” ของเราในทันที

ดังนั้นรู้มาก แต่ไม่จำเป็นต้อง “พูดมาก” เพราะไม่งั้นคำพูดที่เราปล่อยออกไป อาจจะนำปัญหามาให้เราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ให้คิดอยู่เสมอว่า ลดปัญหาไปเรื่องหนึ่ง ยังดีกว่าเพิ่มปัญหาขึ้นมาเรื่องหนึ่งอีกมากนัก