ข้อดีของการสมัครสมาชิกเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ ด้วยอีเมล (Email)

-A A +A

ข้อดีของการสมัครสมาชิกเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ ด้วยอีเมล (Email)

นึกถึงสมัยก่อน ไม่ว่าเราจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกเว็บไหน เราก็ต้องสมัครด้วยช่องทางอีเมล (Email) เพราะถือว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ต้องใช้รับรอง ว่าเรา (คนสมัครสมาชิก) เป็นคนที่มีตัวตนอยู่จริงๆ อีกทั้งยังเป็นเพียงช่องทางติดต่อไม่กี่ช่องทาง ที่ตัวเว็บไซต์จะส่งข้อมูลให้เราได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการส่งรหัสผ่าน การแจ้งเตือนเมื่อเราลืมรหัสผ่าน การแจ้งเตือนเพื่ออัปเดตข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ฯลฯ

แต่ในปัจจุบัน การสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ช่องทางอีเมลเพียงอย่างเดียว เพราะเราสามารถสมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้หลายวิธีมากๆ ไม่ว่าจะสมัครสมาชิกด้วยบัญชี Line, Facebook, Google, Apple ฯลฯ ซึ่งก็นับว่าอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่ดำเนินการไม่กี่ขั้นตอน เราก็จะกลายเป็นสมาชิกของเว็บนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะทราบถึงข้อดีของการสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยโซเชียลเหล่านี้กันไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะไม่ลงรายละเอียดในตรงนี้ แต่เราจะขอมาแนะนำข้อดีของการสร้างบัญชีด้วยอีเมลแทน ว่าเพราะอะไรเราถึงอยากแนะนำให้เพื่อนๆ สมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยอีเมลมากกว่าการใช้บัญชีโซเชียลต่างๆ ในการสมัคร

1. ความเป็นส่วนตัวสูงกว่าการสมัครสมาชิกแบบอื่น

เพื่อนๆ เคยทราบหรือไม่ว่า ถึงแม้ในทุกวันนี้ เราจะใช้วิธีเข้าระบบหรือสมัครสมาชิกเว็บไซต์ด้วยบัญชีโซเชียลต่างๆ ก็จริง แต่อีเมลก็ยังเป็นองประกอบสำคัญอยู่ดี เพราะเมื่อเรากดสมัครสมาชิกเว็บไซต์ด้วยบัญชีโซเชียลของเรา ระบบของเว็บไซต์ก็จะส่งคำขอการอนุญาติเข้าถึงข้อมูลไปยังโซเชียลที่เราใช้งานอยู่ เพื่อขอข้อมูลอีเมลรวมถึงรูปโปรไฟล์ของเรา ดังนั้นแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้ข้อมูลอีเมลในการสมัคร แต่เว็บไซต์ที่เราสมัครก็ยังได้รับอีเมลของเราอยู่ดี เพียงแค่เราไม่ได้กรอกข้อมูลด้วยตัวเองก็เท่านั้นเอง

ถามว่าแบบนี้ก็สะดวกดี แล้วจะแย่ตรงไหน? คำตอบคือ สะดวกก็จริง แต่โซเชียลที่เราใช้ในการสมัครก็จะได้รับข้อมูลของเราด้วย ว่าเราไปเยี่ยมชมเว็บไหน สมัครเว็บอะไรเอาไว้บ้าง ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ทางโซเชียลอาจเก็บข้อมูลของเราเอาไว้เฉยๆ หรือไม่ก็นำไปใช้ทางการตลาด เช่นการยิงโฆษณามาที่เรา

แต่ถ้าเราสมัครด้วยเมล อย่างมากข้อมูลของเราก็ถูกเก็บไว้ที่บริการเมลที่เราใช้งานเพียงแห่งเดียว ถือว่าเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เราได้อีกระดับหนึ่ง

2. ล็อกอินได้ทุกครั้ง

คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยเจอกับสถานการณ์ที่ว่า จู่ๆ วันดีคืนดี บัญชีสมาชิกที่เราสมัครเอาไว้กับเว็บไซต์บางแห่งก็เกิดล็อกอินด้วยบริการบัญชีโซเชียลไม่ได้ซะเฉยๆ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะเว็บไซต์ดังกล่าวได้ถอดถอนการสมัครสมาชิกด้วยบัญชีโซเชียลออกไปเนื่องเพราะเหตุผลบางอย่าง หรือไม่ผู้ดูแลเว็บไซต์ก็ไม่ได้แวะเข้าไปดูระบบที่ใช้เชื่อมต่อเข้ากับบริการโซเชียลนั้นๆ เป็นเวลานาน ทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถใช้งานการเข้าระบบด้วยบัญชีโซเชียลของเราได้อีกต่อไป

ในกรณีนี้เราจะโทษฝ่ายไหนก็ไม่ได้ เพราะใช่ว่าเว็บไซต์ทุกเว็บจะมีเจ้าของเป็นคนมีประสบการณ์ในการสร้างเว็บไซต์ เว็บไซต์บางเว็บ เจ้าของก็เป็นเพียงคนทั่วไป เพียงแค่ใช้เงินจ้างนักพัฒนามาช่วยออกแบบ พอนักพัฒนาออกแบบเว็บไซต์แล้วส่งงานเรียบร้อย เขาก็ไม่ได้มาตามดูให้ตลอดเวลา หรือไม่เว็บนั้นก็อาจจะหมดประกันไปแล้ว ทำให้นักพัฒนาไม่มาดูแลอีกต่อไป ดังนั้นระบบที่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างการล็อกอินด้วยบัญชีโซเชียล จึงมักประสบปัญหาแบบนี้เป็นเรื่องปกติ

แต่ถ้าเราสมัครสมาชิกด้วยอีเมล ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิด เพราะระบบออกแบบเว็บไซต์ทุกตัว มีการรองรับการรับส่งข้อมูลด้วยอีเมลเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้บัญชีที่เราสมัคร ไม่พบเข้ากับปัญหาในทำนองนี้ อีกทั้งเมื่อเราลืมรหัสผ่าน ก็ยังสามารถกดลืมรหัสผ่าน เพื่อรับลิงก์เข้าใช้งานเว็บไซต์นั้นๆ ต่อได้อีกด้วย

3. ต่อให้ระบบอีเมลล่มก็เข้าใช้งานได้

หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินข่าวว่าโซเชียลที่เราเข้าใช้งานประจำล่ม ทำให้เราไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันนั้นๆ ได้ในระยะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าหากเว็บโซเชียลที่เราใช้ล่ม สิ่งที่จะกระทบกับเราต่อมาก็คือ เราจะไม่สามารถล็อกอินเว็บไซต์ใดๆ ก็ตาม ที่เราสมัครบัญชีด้วยโซเชียลที่ล่มดังกล่าวได้เลย เพราะในการเข้าระบบทุกครั้ง ตัวเว็บไซต์จะต้องส่งคำขออนุญาตไปที่เซิร์ฟเวอร์ของแหล่งโซเชียลนั้นๆ เมื่อส่งคำขอไปแล้วตัวเซิร์ฟเวอร์ของโซเชียลดังกล่าวไม่ตอบสนอง เว็บไซต์ก็ไม่สามารถให้เราเข้าใช้งานระบบของเว็บไซต์นั้นได้ สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือรอจนกว่าตัวโซเชียลที่ล่มจะกลับมาใช้งานได้ปกติ หรือไม่ก็ต้องสมัครสมาชิกใหม่ด้วยบัญชีอีเมล แต่บัญชีที่เราสมัครก็จะถือว่าเป็นบัญชีตัวใหม่ ไม่ใช่อันเดียวกันกับที่เราเคยลงทะเบียนเอาไว้

ในทางกลับกัน หากเราสมัครสมาชิกด้วยระบบพื้นฐานอย่างอีเมล ต่อให้บริการอีเมลเจ้าที่เราใช้งานอยู่เกิดล่มขึ้นมา เราก็ยังเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราสมัครสมาชิกเอาไว้ได้ตามปกติ เนื่องเพราะตัวระบบของเว็บไซต์ใช้เพียงการตรวจสอบว่า อีเมลนี้ตรงกับอีเมลที่มีอยู่ในระบบของตัวเว็บไซต์หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องส่งคำขอไปที่เซิร์ฟเวอร์อื่นภายนอก

4. บริการอีเมลเจ้าใหญ่ๆ มีโอกาสน้อยมาก ที่จะหยุดให้บริการ

ไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ได้ เนื่องเพราะโซเชียลตัวที่เราใช้เข้าระบบปิดหรือหยุดบริการไปแล้ว

คงจะมีหลายคนแย้งว่า “มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่โซเชียลใหญ่ๆ ระดับโลกจะปิดให้บริการ หรือล้มละลาย”

เราขอบอกว่าเป็นไปได้ครับ ในประวัติศาสที่ผ่านมา แหล่งโซเชียลไม่ได้มีแค่ Facebook, Google, Line หรืออื่นๆ ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ ทว่ามันยังมีมากกว่านั้นเยอะ เพียงแต่เราไม่มีโอกาสรู้จัก เพราะมันปิดตัวไปก่อนแล้ว ตัวอย่างที่เราอาจยังพอคุ้นเคยกันบ้างก็คือ Hi5 ที่ยังคงใช้งานได้อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมในวงกว้างเท่าแต่ก่อน Google+ ที่ขณะนี้ปิดตัวไปแล้ว ทว่ายังดีที่ Google มีบริการอื่นมากมาย ทำให้เรายังใช้บริการเข้าระบบด้วย Google ได้อยู่

แต่มันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดวันดีคืนดี ตัวโซเชียลที่เราใช้งานดันหยุดให้บริการไป?

แน่นอนว่าเว็บไซต์ที่เราเคยผูกการล็อกอินด้วยบัญชีโซเชียลตัวนั้นก็คงใช้งานไม่ได้อีกต่อไป (ถ้าเราไม่ติดต่อไปหาทางเจ้าหน้าที่เว็บไซต์ เพื่อให้เขาดำเนินการแก้ไขให้)

กลับมาในส่วนของการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยอีเมล แม้ว่าตัวบริการอีเมลของเราจะปิดบริการไปจริงๆ แต่ในแง่ของการเข้าใช้งาน เราแทบไม่มีผลกระทบใดๆ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ เพียงแค่เราอาจจะไม่ได้รับข่าวสาร หรือการแจ้งเตือนบางอย่างจากเว็บไซต์ผ่านทางเมล อีกปัญหาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ หากเราลืม Username หรือ Password อันนี้ก็อาจจะลำบากหน่อย เพราะเมื่อบริการเมลที่เราใช้งานอยู่ปิดตัวลง เราก็จะเข้าไปเช็คอีเมลไม่ได้ แต่การที่บริการอีเมลเจ้าใหญ่ๆ เช่น Gmail, Outlook จะปิดตัวลงมีน้อยมาก ดูอย่าง Hotmail ถึงแม้จะไม่อาจสมัครสมาชิกในกรณีที่ลงท้ายด้วย @Hotmail.com ได้อีกต่อไป แต่คนที่มีบัญชีเดิมอยู่แล้ว ก็ยังใช้งานผ่านระบบของ Outlook ได้

ถึงเวลานี้ เพื่อนๆ หลายคนคงจะเห็นข้อดีของการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยบัญชีอีเมลขึ้นมาบ้างแล้วละสิ เพราะถึงแม้มันอาจดูยุ่งยากไม่ทันใจเท่ากับการล็อกอินด้วยบัญชีโซเชียล แต่หากพูดถึงความเป็นส่วนตัว รวมถึงความมีเสถียรภาพมันมีมากกว่าอย่างแน่นอน