ว่าด้วยเรื่องสายพลังปราณ จิต เวท ในนิยายแฟนตาซี แตกต่างกันอย่างไร?

-A A +A

ว่าด้วยเรื่องสายพลังปราณ จิต เวท ในนิยายแฟนตาซี แตกต่างกันอย่างไร?

หมวดบทความ: 

เมื่อเราพูดถึงพลังพิเศษ เช่นปราณ จิต หรือเวท หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดี เพราะไม่ว่าจะเป็นนิยาย กาตูน ภาพยนตร์ หรือกระทั่งเกมออนไลน์ ก็ต้องมีสายพลังเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้ ซึ่งสายพลังไหน จะมีลักษณะอย่างไร โดยส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับคนออกแบบหรือผู้แต่ง ว่าต้องการวางจุดอ่อนจุดแข็งกันยังไง บางเรื่องก็ออกแบบข้อดีข้อเสียของแต่ละสายพลังจนเราแยกออกได้อย่างชัดเจน ทว่าบางเรื่องก็เล่นเอาเรางงไปเลย ว่า “เฮ้ย ปราณ จิต เวท มันต่างกันตรงไหนวะ?” เพราะสายพลังทั้งสามสาย เล่นทำอะไรได้แทบไม่ต่างกัน ข้อจำกัดอะไรแทบไม่มี แบบนี้ไม่ต้องแยกสายพลังเลยน่าจะดีกว่า

ยิ่งเป็นนิยายแปลสายเทพเซียนหลายๆ เรื่องในปัจจุบัน เล่นเอาเรางงกันเลยทีเดียว เพราะในคำบรรยายบอกพลังปราณ แต่การโจมตีที่บรรดาตัวละครใช้ออกมามันคือพลังเวทชัดๆ แถมบางทียังบอกว่าเป็นการร่ายมนตร์โดยใช้พลังปราณซะอีก แล้วสรุปมันปราณหรือเวท?

ก่อนอื่นผมต้องขออธิบายโครงสร้างคร่าวๆ ของสายพลังทั้งสามสายให้เข้าใจกันก่อน ผู้อ่านแต่ละคนจะได้มองเห็นภาพกันชัดเจน ซึ่งผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ทฤษฎีนี้ เป็นแค่ทฤษฎีบางส่วนที่นักเขียนนิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะสร้างสายพลังพิเศษโดยอ้างอิงทฤษฎีนี้เสมอไป เพราะอย่างนิยายแปลจีนหลายๆ เรื่อง ก็ไม่ได้ใช้ทฤษฎีเหล่านี้เป็นเกณฑ์ หรือแม้แต่กาตูนชื่อดังอย่างนินจานารูโตะก็ไม่ได้ใช้ทฤษฎีพวกนี้ ดังจะเห็นได้จากนิยายบางเรื่องมีแค่สายพลังเดียว แต่ใช้งานได้คลุมจักรวาล เช่นสายพลังในเรื่องคือปราณ แต่ใช้งานได้ไม่ต่างจากจิตหรือเวท หรือพลังจักระในนารูโตะซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็คือพลังปราณดีๆ นี่แหละ แต่กลับนำไปใช้อะไรได้หลากหลายมากๆ เรียกได้ว่าเป็นสายพลังที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีจุดเด่นของปราณ จิต เวท อยู่ในสายพลังเดียว

ส่วนอีกเรื่องที่เราจะเห็นภาพได้ชัดเจนก็คือกาตูนเรื่องแฟรี่เทล ซึ่งสายพลังในเรื่องมีเพียงเวทมนตร์ แต่ดันมีเวทมนตร์สายกายภาพขึ้นมาซะอย่างงั้น ซึ่งหากเราจะมองกันตามทฤษฎีของผม เวทมนตร์สายกายภาพในกาตูนเรื่องแฟรี่เทล มันก็คือพลังปราณ

เกริ่นมาซะยืดยาว ทีนี้เราจะพาเพื่อนๆ สาย อ่านนิยายออนไลน์ มาทำความเข้าใจกันดีกว่าครับ ว่าสายพลังทั้งสามสาย อย่างปราณ จิต เวท มันต่างกันยังไง

พลังปราณ

จุดก่อเกิดของสายพลังนี้ก็คือ การดูดซับเอาพลังจากธรรมชาติ (หรือพลังฟ้าดินนั่นแหละ) เข้ามาหลอมรวมกับร่างกาย เพื่อให้พลังเหล่านั้นกลายไปเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์ เพราะสาเหตุดังกล่าว ร่างกายของคนที่ฝึกปรือสายพลังปราณจึงมีร่างกายที่แข็งแรงมาก

จุดเด่น

  • มีร่างกายแข็งแรง
  • โจมตีระยะประชิด หรือระยะกลางได้ดี
  • รวบรวมพลังได้เร็ว (เพราะได้หลอมรวมพลังจากธรรมชาติเข้ากับร่างกายแล้ว เลยควบคุมได้ง่าย)
  • โจมตีเฉพาะบางจุดได้ดี เช่นโจมตีเป็นรายบุคคล หรือโจมตีเป็นระยะแคบๆ
  • โจมตีระยะไกลได้บ้าง (แต่ต้องผนึกพลังผ่านอาวุธ เช่นลูกธนู หรืออาวุธซัด หรืออาวุธขว้าง)

จุดอ่อน

  • โจมตีเป็นระยะกว้างได้ลำบาก หรือถ้าทำได้ก็ต้องเปลืองพลังไปอย่างมหาศาล
  • เก่งได้ช้ากว่าสายอื่นๆ เพราะกว่าจะดูดซับพลังจากธรรมชาติ กว่าจะนำมาหลอมรวมกับร่างกายอีกก็ต้องใช้เวลานาน
  • ลูกเล่นการโจมตีน้อย เพราะปราณดั้งเดิมแบ่งออกเป็นสองคุณลักษณะ คือ หยาง (ร้อนแรง รวดเร็ว ดุดัน) หยิน (เย็นเยียก เชื่องช้า อ่อนหยุ่น)

พลังจิต

จุดกำเหนิดพลังคือความคิดหรือจิตวิญญาณของคนเรา ที่ฝึกปรือจนเข้มแข็ง จนนำมาสามารถใช้งานได้

จุดเด่น

  • มีความเด่นเรื่องการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือการควบคุมศัตรู
  • มีความพลิกแพลงสูง รับมือได้ยาก
  • เด่นเรื่องการโจมตีระยะกลางและระยะไกล แต่ก็พอต่อสู้ระยะประชิดได้บ้าง
  • พลังสายจิตมีคุณลักษณะที่หลากหลาย (มากๆ) เรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับนิสัยใจคอของแต่ละคนเลยก็ว่าได้
  • ความเร็วในการพัฒนาเป็นไปได้หลายทาง การจะเก่งเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลล้วนๆ

ข้อเสีย

  • สายพลังนี้มีความซับซ้อนสูง เพราะจะพัฒนาขึ้นอย่างพลวดพลาด หรือจะฝีมือตกลงฮวบๆ ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในตัวเองล้วนๆ อารมณ์ประมาณถ้าจิตนิ่งหรือมั่นคง มีความเชื่อในตัวเองสูงก็จะพัฒนาได้เรื่อยๆ แต่ถ้าแพ้บ่อยๆ แล้วจิตตก จิตไม่มั่นคง ฝีมือก็จะตกตามไปด้วย
  • ร่างกายไม่แข็งแกร่งเท่าปราณ (แต่ก็ดีกว่าสายเวท)
  • การโจมตีไม่แรงเท่าปราณ รวมถึงไม่ได้เป็นวงกว้างเท่าเวท (แต่ก็พลิกแพลงและรับมือได้ยากกว่า ตราบใดที่ศัตรูยังจับทางไม่ได้อะนะ)

พลังเวทมนตร์

จุดกำเหนิดของพลังมาจากการหยิบยืมพลังจากธรรมชาติมาใช้ โดยผ่านคำร่าย ค่ายกล อักขระ พิธีกรรม หรือผ่านสิ่งของที่ลงอักขระเอาไว้

สายพลังนี้จะแตกต่างจากปราณ คือปราณ จะดูดซับพลังมาจากธรรมชาติ แล้วนำมาหลอมรวมเข้ากับร่างกาย จนทำให้พลังที่ดูดซึมเข้ามากลายเป็นของตัวเอง จะใช้ตอนไหนก็ใช้ ไม่ต้องหยิบยืม ไม่ต้องมีพิธีกรรมอะไรวุ่นวาย

ต่างจากเวทซึ่งไม่ได้ดูดซับไปหลอมรวมกับร่างกาย แต่ยืมมาใช้งานเลยตรงๆ ถึงแม้อาจจะจัดเก็บพลังเวทบางส่วนเอาไว้ในร่างกายได้บ้าง แต่เมื่อต้องการใช้งาน ก็ยังต้องใช้ผ่านกระบวนการต่างๆ ก่อนอยู่ดี ส่วนใครจะทำให้กระบวนการเหล่านั้นสั้นลงได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะใส่เงื่อนไขการใช้งานได้หลากหลายเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความสามารถส่วนตัว (อารมณ์ประมาณเขียนโปรแกรมอะผมว่า)

จุดเด่น

  • มีการโจมตีเป็นวงกว้างได้ดี
  • โจมตีในระยะไกลได้แรง
  • การโจมตีหลากหลาย (แต่อาจจะรับมือง่ายกว่าจิต)
  • การโจมตีส่วนใหญ่เป็นธาตุต่างๆ เช่นดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า ไม้ น้ำแข็ง แสง ความมืด ฯลฯ
  • พัฒนาได้ค่อนข้างเร็ว เพราะมีแค่ศึกษาเวทมนตร์ไปเรื่อยๆ

จุดอ่อน

  • มีร่างกายที่อ่อนแอ (เรียกได้ว่าต่างจากคนธรรมดาไม่เท่าไหร่)
  • ด้อยในการโจมตีในระยะประชิดเอามากๆ
  • การโจมตีช้า (เพราะกว่าจะใช้งานได้ก็ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ เช่นร่ายเวท วาดอักขระ หรือเตรียมการอื่นๆ)
  • ใช้อุปกรณ์ในการใช้งานเปลืองเอามากๆ เพราะเวทบางอย่างก็ต้องใช้ของประกอบพิธีเยอะ

ดังจะเห็นได้ว่าสายพลังในแต่ละสาย ไม่มีอะไรดีที่สุดหรือแย่ที่สุด เพราะล้วนแต่มีจุดอ่อนจุดแข็งที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันไป ซึ่งข้อดีข้อเสียที่กล่าวไปก็ใช่ว่ามันจะแก้ไขอะไรไม่ได้ ทั้งหมดก็คงขึ้นอยู่กับเทคนิคการใช้งานของแต่ละคน เช่นบางทีสายเวทก็อาจจะสู้ในระยะประชิดได้ ถ้ามีเกราะเวทที่ดี หรือปราณก็อาจจะโจมตีในระยะไกลและกว้างได้เท่าเวท หากมีพลังปราณมากพอ แม้แต่จิตเองก็อาจโจมตีได้แรงเท่าๆ ปราณ ถ้ามีจิตมั่นคงและอาวุธที่ดี

อย่างประโยคที่ว่า “สูงสุดคืนสู่สามัน” คือถ้าเก่งในระดับยอดฝีมือแล้วละก็ เราจะสามารถเสริมจุดเด่น ปกปิดจุดอ่อนได้

จริงๆ รายละเอียดของทั้งสามสายพลังยังมีอะไรยิบย่อยลงไปมากกว่าที่กล่าวไปพอสมควร อีกทั้งรายละเอียดในตรงนั้นยังขึ้นอยู่กับการออกแบบของนิยายในแต่ละเรื่อง ดังนั้นบทความนี้ ผมจึงขอไม่ลงลึกมากนะครับ แค่เขียนพอให้จับรูปแบบได้

ทีนี้เผื่อใครยังเห็นภาพไม่ชัดเจน เราลองมาเปรียบเทียบสายอาชีพต่างๆ เข้ากับสายพลังทั้งสามสายกันดีกว่า

  • สายปราณ = นักกีฬาต่างๆ
  • สายจิต = นักวาดภาพ นักเขียน หรือสายศิลปะ
  • สายเวท = โปรแกรมเมอร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือพวกสายวิชาการ

ทีนี้ผมจะมาเปรียบเทียบวิธีการใช้พลังให้เห็นภาพกันมากขึ้น

สมมุติว่าเราต้องการขยับกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะให้เคลื่อนที่ไปมา

  • สายปราณ : โบกมือเบาๆ แล้วขับเคลื่อนพลังออกจากร่างกายเพื่อใช้พลังปราณไปขยับกระดาษออกจากที่เดิมแบบตรงๆ
  • สายจิต : ใช้ความคิดในการขยับ เช่นจ้องไปที่กระดาษแล้วสั่งว่า ‘จงขยับ...จงขยับ’
  • สายเวท : ใช้การร่ายเวทขอร้องหรือบอกกล่าวให้พลังจากธรรมชาติช่วยทำงานให้ เช่น “สายลมเอ๋ย ช่วยขยับกระดาษแผ่นนี้ให้ข้าที” หรืออาจจะเป็นการวาดอักขระกลางอากาศ เพื่อเขียนคำสั่งให้พลังธรรมชาติทำงานตามคำสั่งของเรา

จะเห็นได้ว่า สายพลังทั้งสามสายสามารถขยับแผ่นกระดาษบนโต๊ะได้ไม่ต่างกัน แต่แค่มีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วเพื่อนๆ ชอบสายพลังไหนกันมากที่สุด? ระหว่างปราณ จิต และเวทมนตร์

ความคิดเห็น

รูปภาพของ พิทักษ์ภัยภูมิ

เป็นประโยชน์มากครับ