คนขว้างหิน

-A A +A

คนขว้างหิน

หมวดเรื่องสั้น: 

วันนี้เป็นอีกวันที่ตั้มรู้สึกว่ามันชั่งหน้าเบื่อเสียเต็มประดา

 

ถึงแม้ว่าครอบครัวเด็กชายจะไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่พ่อและแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเขามากนัก เพราะวันๆ ก็มีแต่ทำงาน ในตอนเช้าก็จะทิ้งเงินเอาไว้ให้ กว่าจะกลับบางคืนก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน

 

ชีวิตของตั้มในแต่ละวันก็คือเล่นเกม เขาใช้เงินที่มีมากมายมาเติมเกมเพื่อเล่นฆ่าเวลาเสมอ ขอเพียงคนอื่นว่าสนุก ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวไหนเขาก็โหลดมาเล่นตลอด ทั้งเกมมือถือหรือเกมบนพีซี

 

นอกจากการไปโรงเรียน ซึ่งก็เข้าเรียนบ้างไม่เข้าเรียนบ้าง ชีวิตในแต่ละวันของเขาก็จะวนเวียนซ้ำๆ อยู่แบบนี้ หาความตื่นเต้นหรือความแปลกใหม่อะไรไม่ได้แม้เพียงนิจ

 

วันเวลาผ่านไปจนโชคชะตานำพาให้เด็กชายวัยสิบห้าไปพบเข้ากับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เพื่อนกลุ่มนี้มีอะไรหลายอย่างที่ตั้มรู้สึกว่ามันสุดยอดไปเลย ทั้งโดดเรียนไปสูบบุหรี่ แอบเสบยาในห้องน้ำโรงเรียน หรือแม้แต่ขับรถซิ่งตอนกลางคืน...ตั้มรู้สึกว่ามันช่างเป็นอะไรที่ท้าทายและแปลกใหม่ มันคือสิ่งที่เด็กผู้ชายควรทำเพื่อแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ

 

นับตั้งแต่วันนั้นชีวิตอันจืดชืดของเขาก็ดูมีความหมายมากขึ้น ตั้มเลิกใส่ใจแล้วว่าพ่อกับแม่ของเขาจะมีเวลาให้หรือไม่ จะกลับบ้านตอนไหน หรือจะไปทำอะไร เขาสนแค่ว่าวันนี้เขาจะเอาเงินที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไหน จะแอบไปซื้อยาจากใคร จะนำรถไปซิ่งที่จุดไหนของเมือง

 

ในยามบ่ายของวันหนึ่ง บริเวณหลังโรงเรียนที่เต็มไปด้วยต้นไม้และเสดขยะ ตั้มพร้อมกลุ่มเพื่อนกำลังยืนดูดบุหรี่กันเช่นที่ทำประจำ

 

“กูเริ่มเบื่อๆ แล้วว่ะ ตอนกลางคืนก็มีแต่ซิ่งรถ พวกมึงมีอะไรทำที่มันสนุกกว่านี้เปล่าวะ” เอก เด็กหนุ่มร่างผอมแก้มตอบพูดขึ้นเนือยๆ

 

“มี แต่พวกมึงจะกล้าทำหรือเปล่าก็เท่านั้นแหละ” เส็ง เด็กหนุ่มผมยาวรุงรังพูดตอบ ทั้งที่ในปากยังคาบบุหรี่ไม่ยอมวาง

 

เมื่อทั้งกลุ่มได้ยินแบบนั้นก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาทันที เพราะหากพูดถึงความกล้าละก็ แต่ละคนจะแสดงออกน้อยกว่าคนอื่นๆ ไม่ได้ หากไม่อยากถูกล้อไปจนตาย

 

“แล้วมึงกล้าหรือเปล่าไอ้ตั้ม บ้านมึงมีเงินนี่ อะไรเสี่ยงๆ มึงคงไม่เอา ไอ้ที่พวกกูจะทำกันก็เสี่ยงอยู่นา” เส็งพูดขึ้นเป็นเชิงถาม มือตบไหล่คนเป็นเจ้าของชื่อปุๆ

 

“ทำไมกูจะไม่กล้าวะ มึงพูดมาเถอะว่ามึงจะทำอะไร” ตั้มปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างฉุนๆ เขารู้สึกไม่ชอบกับคำดูถูกของเพื่อน เขาก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง คำพูดแบบนี้มีหรือเขาจะรับมันได้

 

“ดี” เส็งยิ้มอย่างสมใจ “เย็นนี้กูจะพาพวกมึงไปตั้งด่านขว้างหินกัน รับรอง เวลาที่พวกมึงได้ยินเสียงหินกระทบถูกกระจบหน้ารถ พวกมึงจะต้องชอบมัน”

 

ตกเย็น ทั้งกลุ่มก็ไปรวมตัวกันที่ถนนใหญ่สายหนึ่ง ทั้งหมดคอยแอบยืนอยู่ข้างถนนในยามค่ำคืน เมื่อเวลามีรถผ่านมาไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก พวกเขาก็จะผลัดกันขว้างก้อนหินเข้าใส่ ซึ่งหากใครขว้างถูกจนทำให้กระจกรถคันนั้นแตกได้ คนคนนั้นก็จะได้รับคำยกยอจากคนอื่นๆ ที่เหลือ

 

หลายครั้งที่การกระทำของตั้มและพักพวกทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาเกิดอุบัติเหตุ หากแต่วัยรุ่นกลุ่มนี้จะรู้สึกผิดก็หาไม่ มิหนำซ้ำยังรู้สึกพอใจในความซวยของผู้โชคร้ายเหล่านั้นด้วยซ้ำ

 

การละเล่นแบบนี้ทำให้ตั้มเกือบถูกตำรวจจับก็หลายครั้ง แต่เพราะทั้งกลุ่มไหวตัวทัน และเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ทำให้ยังรอดมาได้ทุกครั้ง

 

คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่แก๊งค์ของตั้มจะออกปฏิบัติการ โดยพวกเขาเลือกเอาถนนชานเมืองที่ค่อนข้างเงียบเป็นจุดลงมือ หินที่เตรียมไว้ขว้างก็มีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้ง หากรถใครโดนเข้าไป กระจกทนแค่ไหนก็ไม่มีเหลือ

 

แสงไฟคู่หน้าของรถยนต์สาดส่องพื้นถนนเห็นมาแต่ไกล ตั้มกระชับก้อนหินในมือแน่น สองขาตั้งท่าพร้อมขว้างอย่างมั่นคง เพื่อนฝูงที่มาด้วยกันยืนคอยทีรอชมอย่างกระตือรือร้น บางส่วนส่งเสียงเชียร์พลางหัวเราะให้กับคนที่กำลังจะดวงซวยในอีกไม่นานนี้

 

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ระหว่างที่รถกำลังหักเลี้ยวโค้งนั่นเอง เป็นจังหวะที่ตั้มขว้างหินในมือลอยออกไปสุดแรง

 

เสียงโครมดังสนั่น ตามด้วยเสียงล้อรถเสียดสีไปกับพื้นถนน เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีเสียงตูมดังสะท้านไล่หลังเสียงแรกมาติดๆ

 

ตั้มและกลุ่มเพื่อนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่คิดว่าแค่หินก้อนเดียวจะทำให้เหตุการณ์อึกทึกได้ขนาดนี้ ทั้งหมดรีบขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปดูใกล้ๆ บริเวณเกิดเหตุ รถยนต์คันหนึ่งจอดนิ่งสนิท ส่วนหน้ารถพุ่งอัดเข้ากับต้นไม้ข้างทางจนยุบอย่างไม่มีชิ้นดี

 

กลุ่มวัยรุ่นรู้สึกตกตะลึงพลางหวาดกลัวในความผิดที่เพิ่งก่อเอาไว้ ทุกคนต่างโยนความผิดไปที่ตั้มเพียงคนเดียว ก่อนที่ต่างคนต่างรีบแยกย้ายกันหลบหนีไป

 

ตั้มรีบกลับบ้านมาทั้งที่ยังคิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังดีที่พ่อและแม่ยังไม่กลับมา ไม่อย่างงั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอาการร้อนรนของตัวเองอย่างไร

 

ตั้มสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใจเด็กชายพลางนึกหวาดระแวงว่าคนที่โทเข้ามาจะเป็นตำรวจ แต่เมื่อดูชื่อที่แสดงหราขึ้นมาบนหน้าจอ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะเจ้าของเบอร์คือแม่ของเขาเอง

 

“ครับแม่”

 

ตั้มกรอกเสียงแหบแห้งลงไปตามสาย เพราะในใจยังรู้สึกกังวลไม่หาย หากคนอื่นรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจะทำอย่างไร เขาจะติดคุกหรือเปล่า แล้วเจ้าของรถคันนั้นจะตายไหม

 

“ตั้ม ตอนนี้แม่อยู่ที่โรง’บาลนะลูก พ่อของเราเกิดอุบัติเหตุ อยู่ในห้องไอซียู ลูกรีบมาเลยนะ”

 

“อะ...อะไรนะแม่!” เด็กชายตกตะลึง ใจหายวาบ ลางสังหรณ์เลวร้ายทำให้รู้สึกมวนท้องไปหมด

 

แม่ของเขาเอ่ยตอบพลางร้องไห้ “พ่อเรารถเสียหลักชนต้นไม้ที่ถนน...เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง”

 

เมื่อตั้มได้ยินชื่อสถานที่บริเวณเกิดเหตุ ร่างของเด็กชายแทบทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างสำนึกเสียใจ ความกล้าหรือ ความสนุกหรือ ความอวดเก่งอวดดีหรือ...สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร?

 

เพราะตัวเขาเอง...ก็เพิ่งหลบหนีมาจากที่นั่น!