ตอนที่ 13 วันบดเเมงมุม 1

-A A +A

หมวดนิยาย: 

“เสียใจด้วยที่ท่านมิอาจใช้อาคมได้แต่กระบี่สีดำของท่านข้ามองกี่ทีก็ยังรู้สึกว่ามันช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก” เหยากวงกล่าวออกมา

 

“แต่ท่านจอมยุทย์ชู ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเหล่ามีปีศาจที่ท่านช่วยออกมานี้จะไม่กลับมาทำนายในภายหลัง” เหยากวงพูดเบาๆกับชูยงเพื่อไม่ให้เหล่าปีศาจที่มากับชูยงได้ยิน

 

“อันที่จริงตัวข้าเองนั้นก็มิอาจหาความเชื่อมั่นได้แต่ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจที่จะช่วยก็ควรที่จะลองเสี่ยง” ชูยงตอบกลับเหยากวงพร้อมกับ หันหลังกลับไปมอง เปาชูกับพวกพ้องที่กำลังขนชาวบ้านจากถ้ำหน้าผาขึ้นมาพอดิบพอดี

 

เปาชูหันมาก็พบกับชูยงและเหยากวงที่กำลังหันมองไปดูสถานการณ์ เปาชูที่เห็นดังนั้นจึงได้เดินมาหาชูยงในทันที

 

“พวกเราขนชาวบ้านออกมาครบแล้วท่านคิดว่าเราควรจะพาพวกเขาไปซ่อนตัวที่ไหนดีขอรับ” เปาชูถามชูยง

 

“ทำไม ไม่ให้พวกเขาสู้ด้วยกันกับเราเสียเลยล่ะ” ชูยงยังไม่ทันตอบเหยากวงตะโกนออกมาพร้อมกับชาวบ้านนับร้อยที่ได้ยินดังนั้นก็หันมาทางพวกเขา

 

“เราทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกแม่นางเหยาชาวบ้านเขาต้องเจอเรื่องร้ายๆมามากพอแล้วจะให้เขาไปสู้อีกก็คงไม่ได้” ชูยงรีบตอบกลับเหยากวงในทันที

 

“มิใช่หรอกท่านจอมยุทย์” ชาวบ้านคนหนึ่งก้าวเท้าเดินออกมาจากเหล่าชาวบ้านที่เหลือ

“พวกเรานั้นเต็มใจที่จะต่อสู้ถึงแม้พวกเรานั้นจะไม่มีทักษะหรืออาคมแต่พวกเราก็จะยืนยัดต่อสู้เพื่อหมู่บ้านของพวกเรา ใช่ไหมพวกรา!” เขาหันกลับไปปลุกระดมชาวบ้าน

“ใช่!” ชาวบ้านทั้ง 200 คน ตะโกนออกมาพร้อมกัน

เสียงของพวกเขาดูมีพลังและเปี่ยมด้วยความกล้าหาญจนกระทั่งในใจของชูยงกลับมีความใจอ่อนขึ้นมาบ้าง

สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของเขาก็เริ่มผ่อนคลายจนสีหน้าของเขากลายเป็นสีหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจเต็มพิกัด

“เข้าใจล่ะ งั้นผมก็จะไม่ห้าม” พอชูยงพูดจบเหล่าชาวบ้านกลับดีใจขึ้นมาจนเขาสงสัยว่าทำไมคนของแคว้นถังถึงได้มีความมั่นใจมากเสียเพียงนี้ เพราะลำพังแค่ปล่อยให้ชาวบ้านหนีไปโดยไม่สู้ในใจของชูยง ก็ยังร้อนรุ่นด้วยความเป็นห่วงแต่พวกเขากลับเต็มใจที่จะสู้ขึ้นมาก็ทำให้ ชูยง ยิ่งกังวลมากขึ้นอีกขั้นแต่พอเห็นสีหน้าของเหล่าชาวบ้านความกังวลใจของชูยงกลับหมดลง

 

และทันใดนั้นเองชูยงก็สัมผัสอะไรบางอย่างได้มันเหมือนกับมีใครบางคนกำลังวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ไกลพุ่มไม้อาจไม่ได้ยินเสียงบวกกับพวกเขากำลังคุยกันอย่าง เฮฮ่า

 

“ทุกคนเรียบก่อนมีใครบางคนกำลังมาทางนี้!” ชูยงตะโกนออกมาชาวบ้านที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดคุยและตั้งใจในทันที เสียงนั้นดังมาทางพุ่มไม้ด้านหลังของชูยง ชูยงที่รู้ดังนั้นจึงได้หันหลังกลับไปตั้งใจเตรียมรับมือพร้อมกับเตรียมชักกระบี่ออกมาส่วนทางด้านของเหยากวงและคนอื่นต่างก็เตรียมรับมือเช่นกัน

 

และเสียงที่ได้ยินก็เริ่มดังขึ้นจนทุกคนรู้ว่ามันไกลมาถึงแล้ว และทันใดนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งหอบร่างของชายอีกคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ คนนั้นคือซาถัวที่กำลังหอบร่างของถงจินขุนนางระดับ 4 หัวหน้าของการสอบนี้ออกมาด้วยจากพุ่ม สีหน้าของซาถัวแสดงให้เห็นแล้วว่าเขานั้น

เหนี่อยเพียงใด

 

“ซาถัว!” ชูยงตะโกนออกมาพร้อมกับเขาไปพยุงร่างของซาถัวที่กำลังจะล้มลงเนื่องมาจากความเหนื่อย

“หัวหน้า!” เหยากวงตะโกนออกมาพร้อมรีบมาพยุงร่างของถงจิน ออกจากหลังของซาถัว

พอร่างของถงจินที่กำลังหมดสติอยู่ ได้ออกไปจากหลังของ ซาถัวทำให้สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายไปบ้าง

“ซาถัว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเรานึกว่านายโดนยาพิษไปเสียอีก” ชูยงถามซาถัวขณะที่เขากำลังยืนขึ้นตั้งตัว

“โดน แกอาพิษนั่นน่ะไปใส่ในที่เหล้ามากกว่าอาหารชั้นเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล่าอยู่แล้วเลยโดนไปนิดหน่อยแปปเดียวก็ฟื้นแต่พอฟื้นทุกคนต่างก็หลับสนิทไปกันหมดแถมร่างกายก็ยังชาอีก” ซาถัวตอบเหมือนคนไม่ค่อยมีแรง

“โชคดีที่ในกระเป๋ามรสมุนไพรอยู่แกใช้มันหมดไปแล้วเลยแก้ได้แค่ชั้นคนเดียว และที่นั่นมืดมาก แกชั้นก็ยังเหลือบมองไปเห็นหัวหน้าเลยพยุงเขาออกมาจากที่นั่นมาที่นี่แหละ

 

“และนายมาถูกได้ไง” ชูยงยังคงถามต่อ

 

“พอดีเห็นล่องลอยของใครบางคนวิ่งมาทางนี้และยังลอยเท่าแมงมุมอีกเลยตามมาดูน่ะ” รอยเท้าที่ซาถัว พูดถึงคงจะเป็นเหยากวงกับปีศาจแมงมุมนั่นเอง

 

“รอยเท้าที่นายว่าเป็นของเหยากวงน่ะส่วนปีศาจแมงมุมพวกเราก็จัดการไปแล้ว” ชูยงตอบกำลังของซาถัวพร้อมกับหันไปทางเหยากวงที่กำลังดูอาการของถงจินอยู่ ซาถัวที่เห็นดังนั้นเลยหันไปหาเหยากวงบ้างเพราะทั้ง 2 ก็ยังไม่ทำความรู้จักกันมาก่อน

 

“ฮ่ะ!” ซาถัวตะโกนออกมาและหันมากระซิบกับชูยง

 

“ชูยงนี่นายรู้จักเธอมาก่อนหรอ” ซาถัวกระซิบถามชูยงเบาๆ

 

“เปล่าหรอกเราพึ่งรู้จักกันเมื่อกี้นี้เอง” ชูยงตอบกลับ

 

“ดูเธอสวยขนาดนั้นชั้นว่าอาจจะเป็นลูกขุนนางก็ได้นายจะช่วยชั้นทำความรู้จักเธอไหม” ซาถัวพูดด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้ม

 

“หรือว่านายชอบเธอเข้าให้แล้ว” ชูยงถามกลับ

 

หลังจากนั้นซาถัวก็หน้าแดงออกมาถึงแม้จะมืดแต่ชูยงก็อยู่ใกล้ซาถัวมาก

 

“เปล่านะชูยงชั้นแค่อยากทักทายเฉยๆ” ซาถัวพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูติดขัดๆ ทำให้ชูยงรู้ได้ในทันที

 

“ก็เอาซิแต่ก่อนอื่นเราต้องรอดไปจากที่นี่ก่อน” พอพูดดังนั้นซาถวเลยถอนหายใจ

 

“เอางั้นก็ได้” ซาถัวตอบกลับ

 

“และหลังนี้จะเอายังไงต่อดีล่ะชูยง”

 

“นั่นสินะ”ชูยงตอบกลับพร้อมกับก้มหน้าคิดแผนการ

 

และชูยงก็หันกับไปถามชาวบ้าน

 

“เออว่าแต่หมู่บ้านหมู่บ้านนี้มีพอจะอาวุธบ้างไหมครับ” ชูยงถามเหล่าชาวบ้าน

 

พอชาวบ้านได้ยินดังนั้นเคยพูดคุยกัน ใช่เวลาไม่นานพวกเขาก็หันมาตอบชูยง

 

“พอมีครับแต่พวกเราไม่ได้เปิดโกดังเก็บอาวุธนานแล้ว มันหมุ่ทางตะวันออกของหมู่บ้านจากนี้นั้นน่าจะใช้เวลาครึ่งชั่วยามก็น่าจะถึงแล้วขอรับ เดี๋ยวพวกข้านำทางให้” หลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มออกเดินไปยังโกดังเก็บอาวุธในทันที  พร้อมด้วยเหล่าแมงมุมที่เหลือส่วนชูยงนั้น รับหน้าที่ในการแบกหัวหน้าถงจินที่ยังไม่ฟื้น ไปด้วยเพราะซาถัวเขาก็เหนื่อยมากแล้ว

พอพวกเขาไปถึงมันก็เป็นเวลาพระอาทิตย์ขึ้นพอดี

 

พอพวกเขามาถึงก็พบกับเนินเล็กๆที่ปิดประตูทางเข้าที่ทำมาจากฟางปิดไว้อยู่ พร้อมด้วยเหล่าต้นหญ้าที่งอกเต็มประตู โกดังที่ว่านี้อยู่กลางป่าเลยไม่ค่อยมีใครมารบกวนโกดังแห่งนี้มากนัก

 

“โกดังแห่งนี้นั้นเคยค่ายของทหารแห่งแคว้นถังที่ใช่พักพิงในการต่อสู้กับเหล่าโจรสลัดเมื่อ 30 ปีก่อนพอพวกเขาไปโกดังแห่งนี้ก็ร้างเลยไม่ค่อยมีใครมา” หนึ่งชาวบ้านเล่าขึ้นทันในนั้นเอง ถงจินที่ชูยงแบกอยู่ก็ได้สติ ชูยงเลยวางเขาลงกับพื้นพอเขาลืมขึ้นเขาพูดออกมา

 

“ที่นี่ที่ไหน แล้วทำไมร่างกายมันชาอย่างงี้นี่ย” ถงจินถามขึ้น

 

และชูยงก้เล่าทุกอย่างให้เขาฟังจนเขาเข้าใจและอาการชาของเขาก็เริ่มดีขึ้น

 

“เข้าใจล่ะ” ถงจินพูดออกมา

 

“สรุปคือแมงมุมอยู่บนยอดเขาพร้อมกับผู้สมัครที่เหลือสินะ”

 

“แต่เราต้องฝ่าด่านแมงมุมที่อยู่ในหมู่บ้านก่อนที่เราจะได้ขึ้นไป แมงมุมมีประมาณเท่าไร” ถงจินหันถามทาง พันธมิตรแมงมุม

 

“ประมาณ 40-60 ตัว” เปาชูตอบ

 

“แค่นั้นเองหรอดูน้อยกว่าที่คาดนะ เอาล่ะชั้นคิดแผนออกแล้ว ให้นาย(เปาชู)และพลพรรคแมงมุมของนายอีก 2 คนมากับชั้นพร้อมด้วย ชูยงกับเหยากวง ส่วนที่เหลือให้อยู่ต่อสู้กับแมงมุมที่หมู่บ้านเข้าใจนะ ให้เด็กและผู้หญิงรออยู่ที่นี่ส่วนเหลือหยิบอาวุธซ่ะ ซาถัวนายคอยรักษาคนเจ็บที่หมู่บ้านเข้าใจนะ งั้นเริ่มงานได้” พอถงจินออกคำสั่งเรียบร้อยทุกคนต่างก็ไปหยิบอาวุธในโกดังซึ่งอาวุธและเสื้อเกราะในนั้นส่วนใหญ่ก็ยังสถาพดีอยู่

 

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามทุกต่างก็ยืนเรียงแถวพร้อมลุยกับเหล่าปีศาจแมงมุมสีหน้าของแต่ละคนเปลียมด้วยความมั่นใจ

 

“เอาล่ะทุกคนถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันได้เลย” ถงจินพูดจบกองทัพก็เริ่มเดินทางในทันที

สารบัญ / เมนูนิยาย