นักศึกษาหนุ่มจอมเย่อหยิ่ง

-A A +A

นักศึกษาหนุ่มจอมเย่อหยิ่ง

หมวดเรื่องสั้น: 

นักศึกษาหนุ่มจอมเย่อหยิ่ง

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแถบชนบท มีนักศึกษาหนุ่มถาณะร่ำรวยอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านไม่ค่อยชอบนักศึกษาคนนี้นัก เนื่องจากนักศึกษาหนุ่มมีนิสัยที่ชอบดูถูกคนอื่น อีกทั้งยังชอบเยินยอตนเอง ว่าตัวเขาเก่งเหนือใครๆ ในหมู่บ้าน เพราะตนได้เรียนสูงกว่าผู้ใด

อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีช่างไม้มาขอพบนักศึกษาหนุ่มที่หน้าบ้าน เนื่องด้วยทางบ้านขัดสน ช่างไม้คนนั้นจึงจะมาขอกู้เงินเพื่อไปเลี้ยงลูกเมีย

นักศึกษาหนุ่มมองดูการแต่งตัวของช่างไม้ก็รู้แล้วว่า หากให้ยืน เขาก็อาจจะไม่ได้เงินคืนก็ได้ เพราะดูชุดที่ใส่มาก็เก่าขาด ตามแขนขาก็มีแต่ฝุ่นเกาะเต็มไปหมด เขาจึงปฏิเสธไป ถึงแม้ว่าช่างไม้จะคุกเข่าอ้อนวอนก็ตาม

“อย่างเจ้านี่หรือจะมายืนเงินของข้า ดูจากสารรูปข้าก็รู้ หากข้าให้ยืม เจ้าก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนเป็นแน่ เรียนไม่สูงเหมือนข้าก็อย่างนี้แหละนะ อยู่แบบอดมื้อกินมื้อไปเถอะ! ฮ่าๆๆ” นักศึกษาหนุ่มตะโกนไล่หลังไปอย่างเหยียดหยามเต็มที่

อีกหนึ่งเดือนต่อมา ก็มีชายชรามาขอพบนักศึกษาหนุ่มเป็นรายที่สอง ชายชราบอกกับนักศึกษาหนุ่มว่า ตัวเขาเป็นช่างตีเหล็ก เนื่องจากหลานชายป่วย จึงจะมาขอยืมเงินสักเล็กน้อยพอเป็นค่ายา จากนั้นจะมาทำงานเป็นการทดแทน

นักศึกษามองดูชุดกระดำกระด่าง รวมถึงมือเหี่ยวมีแต่ความหยาบกร้าน ก็รู้แล้วว่าเป็นคนจนอีกคนหนึ่งที่มาหาเขา ดังนั้นเขาจึงรีบไล่ในทันที

“อีกแล้วหรือ เมื่อเดือนที่แล้วก็มีเจ้าช่างไม้มาขอยืนเงินจากข้า เดือนนี้มายังมีเจ้าอีก บ้านข้ามิใช่โรงทานนะ ที่ใครจะมาขอยืมเงินเมื่อไหร่ก็ได้ ไปๆ ชนชั้นต่ำไร้การศึกษาอย่างเจ้า ก็ไปอยู่ส่วนพวกเจ้า อย่ามายุ่งกับข้า”

“โธ่ ท่านโปรดเห็นใจข้าเถิด หลานข้าป่วยหนักจริงๆ หากไม่ได้ยา หรือหมอมารักษา หลานข้าคงต้องตายอย่างแน่นอน” ชายชราคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าสงสาน “พอหลานข้าหาย ข้าจะมาทำงานแทนให้ บ้านท่านพัง ข้าก็จะตีเหล็กซ่อนให้”

“ฮ่าๆๆ!” นักศึกษาได้ยินก็หัวเราะ “มีหรือที่บ้านข้าจะพัง เจ้าอย่ามาพูดให้ข้าขำหน่อยเลย บ้านข้าออกใหญ่โตมั่นคงแข็งแรง ข้าคงไม่ต้องให้คนอย่างเจ้ามาซ่อมบ้านให้ข้าหรอก” พูดจบ เขาก็ไล่ชายชราจากไปทันที

อีกไม่กี่วันต่อมา ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมาขอพบนักศึกษาหนุ่ม เธอบอกว่า เธอเป็นตัวแทนของชาวบ้านในหมู่บ้าน มาขอรวบรวมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไปสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ และป้องกันน้ำท่วม เมื่อนักศึกษาหนุ่มได้ฟังเหตุผล ก็เตรียมจะไล่หญิงสาวให้ออกไป

“หมู่บ้านพวกเจ้าเกี่ยวอะไรกับข้า ออกไปเลยนะ เรื่องอะไรที่ข้าจะต้องเอาเงินของข้าไปให้กับพวกเจ้า ถ้าน้ำท่วม ข้าก็แค่ย้ายขึ้นไปอยู่บนชั้นสองของบ้านรอให้น้ำลดก็พอแล้ว ส่วนพวกเจ้าจะเป็นยังไงก็แล้วแต่พวกเจ้า” นักศึกษาหนุ่มพูดจบ ก็ไล่หญิงสาวออกไป

วันเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนจนย่างเข้าฤดูฝน โชคของคนในหมู่บ้านดูเหมือนจะไม่ดีดังปีก่อนๆ เพราะฝนตกหนักมากกว่าทุกปี ดังนั้นชาวบ้านจึงรีบพากันอพยพออกไปที่หมู่บ้านอื่น เพราะเกรงว่า หากชักช้า น้ำอาจจะหลากลงมาจากภูเขาหลังหมู่บ้านเสียก่อน

ด้วยความที่นักศึกษาหนุ่มไม่ได้สนิท หรือรู้จักใครในหมู่บ้านเลย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้ข่าวนี้เหมือนคนอื่น

คืนนั้นพายุโหมกระหน่ำ ฝนตกหนักราวฟ้าถล่ม นักศึกษาหนุ่มเห็นถ้าไม่ดี เลยรีบบอกคนใช้ในบ้านรีบเก็บข้าวของขึ้นไปหลบบนชั้นสองของบ้าน แต่อนิจจา ด้วยอ่างเก็บน้ำบนเขามีอายุการใช้งานค่อนข้างเก่า แถมยังไม่ได้รับการซ่อมแซมที่ดี เมื่อเผชิญกระแสน้ำอันมหาศาลจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้มันพังถล่มครืนลงในเวลานั้น

มวลน้ำสูงเทียมเมฆไหลทะลักลงจากภูเขาฟังดูครืนครั่นน่ากลัว กระแสน้ำโถมเข้าท่วมหมู่บ้านในอีกไม่กี่นาทีต่อมา บ้านนักศึกษาหนุ่มถูกกลืนลงไปภายใต้มวลน้ำเชี่ยวอย่างรวดเร็ว กระทั่งทั้งหมดในแถบนั้นเป็นราวท้องทะเลอันเวิ้งว้างเพียงชั่วขณะ

หลายวันต่อมา บรรดาชาวบ้านต่างพากันทยอยกลับมายังหมู่บ้านเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของตน เหตุน้ำท่วมครั้งนี้ นอกจากบ้านที่พังเสียหายแล้ว ชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบอื่นอีก เพราะว่าพวกเขาได้ขนทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงสัตว์เลี้ยงหลบออกไปได้ทันกาล

ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพบเห็นนักศึกษาหนุ่ม พร้อมกับคนใช้ในบ้านอีกสามคนโดนน้ำพัดมาติดรากไม้อยู่ ดังนั้นจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ ทว่าถึงคนในบ้านจะรอดมาได้ แต่ทรัพย์สินเงินทองที่มีก็ถูกน้ำพัดพาไปหมด

ชาวบ้านต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันสร้างบ้านจนใกล้เสร็จ มีแต่นักศึกษาหนุ่มกับคนใช้ภายในบ้าน ไม่กี่คน ที่ต้องช่วยกันสร้างบ้านด้วยตนเอง เพราะนิสัยที่เลวร้ายไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักศึกษาหนุ่ม จึงทำให้ไม่มีใครมาช่วย จนทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นั่นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากเรารู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น คนอื่นก็จะเห็นอกเห็นใจเราเป็นการตอบแทน อย่าทำตัวเช่นนักศึกษาหนุ่มที่ไม่เห็นอกเห็นใจใคร เพราะสุดท้ายแล้ว ก็อาจจะไม่มีใครเห็นใจเราเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น